เหยียนยืนอยู่ข้างเจียงจื๋ออวี้ ถัดลงไปทางด้านหลังคือเหล่าขุนนางตำแหน่งต่างๆ คนทั้งสองมองไปยังคนสิบคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงเบื้องหน้า
สิบคนนี้ได้รับการคัดเลือกมาจากหลายขั้นตอน เป็นผู้มีคุณสมบัติที่แข็งแกร่งที่สุดที่ถูกคัดเลือกออกมา
“พวกเขาอายุน้อยเกินไป หากต้องการจะเป็นจักรพรรดิยุทธ์จำเป็นต้องใช้เวลา แต่จะต้องสำเร็จได้อย่างแน่นอนพะยะค่ะ”
ทานเหยียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม ในดวงตามีแววแห่งการเฝ้าคอยอยู่
เวลานี้โลกแห่งยุทธ์หลอมรวมเข้าด้วยกัน เขาย่อมไม่กล้าดูดซับพลังชีพจรปฐพีอีก จึงทำงานให้เทียนจิงได้อย่างสบายใจ
เวลาผ่านไปหลายปีแล้ว เขาเองก็เริ่มหลอมรวมเข้ากับเทียนจิง กระทั่งเริ่มเฝ้ารออนาคตของเทียนจิงด้วย ตอนเพิ่งมาถึงเทียนจิงไม่มีใครแข็งแกร่งเทียบเขาได้ เพราะเหตุนี้เขาจึงเกิดความรู้สึกว่าตนเองได้เฝ้าดูเทียนจิงแข็งแกร่งขึ้นมา
เจียงจื๋ออวี้กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่เร่งร้อน มีเวลาถมเถ เพราะเราไมได้อายุสั้นเหมือนกับโอรสสวรรค์ของราชวงศ์แห่งโชคชะตาอื่น”
ทานเหยียนพยักหน้า เรื่องนี้ก็เคยทำให้เขาประหลาดใจมาก่อนเช่นกัน โชคชะตาของเทียนจิงต่างกับของราชวงศ์แห่งโชคชะตาอื่นๆ อย่างยิ่ง และต่างกับราชวงศ์แห่งโชคชะตาอื่นๆ ในมหาพิภพนิลเหลืองด้วย ทว่าเทียนจิงยังคงเน้นเรื่องยุทธ์เป็นหลัก จึงไม่ได้ทำให้เขาคิดมากแต่อย่างใด
“จริงสิ ฝ่าบาทควรจะดึงตัวเยี่ยจ้านแห่งเขาฟ้าร่วงผู้นั้นมาพะยะค่ะ เขาถูกปรามอำนาจมาร้อยกว่าปีแล้