ล้เคียงพากันชักดาบออกมา บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นอายสังหาร
“หากพวกเจ้ามีฝีมือจริงก็ลงมือเลย ข้าอยากเห็นนักว่าพวกเจ้ากล้าสังหารขุนนางของราชสำนักจากกรมปราบปีศาจหรือไม่!” ลูเยี่ยเอามือไพล่หลัง ค่อย ๆ เดินลงจากบันไดอย่างสง่างาม
หลัวหงโกรธจัด แต่สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเชี่ยหลิงชิวที่ยืนอยู่ภายในประตูตระกูลลู กำลังจ้องมองตนเองด้วยสายตาเย็นชา หลัวหงรู้สึกสั่นสะท้านในใจ จำต้องข่มความคิดที่จะลงมือเอาไว้
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ตราบใดที่เชี่ยหลิงชิวยังคงอยู่ที่ตระกูลลูในเมืองเทียนเหอ ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรบุ่มบาม!
บรรยากาศเคร่งเครียดยิ่งนัก เหล่าผู้แข็งแกร่งทั้งหมดจากกรมโหรหลวงต่างจ้องมองหลัวหง กำลังรอคอยให้เขาออกคำสั่ง แต่หลัวหงกลับนิ่งเงียบไม่เอ่ยวาจา ไมกล้าแม้แต่จะเอื้อนเอ่ยคำใด
“ข้ายังคงชื่นชอบท่าทีดื้อดึงไม่ยอมอ่อนข้อของเจ้าในตอนแรกมากกว่า” ลูเยี่ยแตะไหล่ของหลัวหงเบา ๆ แล้วเดินจากไปด้วยรอยยิ้ม
“หัวหน้า จะปล่อยให้เขาจากไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ? ลูเยี่ยผู้นั้นช่างหยิ่งยโส ไม่เห็นกรมโหรหลวงของพวกเราอยู่ในสายตาเลย!” ผู้คนจากกรมโหรหลวงต่างโกรธแค้น
หลัวหงฟังไม่ไหวอีกต่อไป จึงตวาดด้วยความโกรธว่า “พวกเจ้าได้รับเงินเดือนเท่าใดกันแน่? ถึงได้เอาชีวิตมาเสี่ยงกันนัก หากพวกเจ้าอยากตาย อย่าลากข้าไปตายด้วย!”
“อะไรนะ? ลูเยี่ยมาหาถึงที่ประตูแล้วหรือ?” ตระกูลหลี หลีหยวนชงตกใจมาก “เจ้าหนุ่มนั่นต้องการทำอะไร? มาแก