โหรหลวงนำยอดฝีมือสามร้อยนายบุกมาถึงตระกูลลูอย่างดุดัน
“จากการสืบสวนพบว่า การเสียชีวิตของท่านแม่ทัพเวยเทียนหลานในการล่าสัตว์ในฤดูใบไม้ผลิที่เขาไปเยียน มีความเกี่ยวข้องอย่างมากกับตระกูลลู”
หลัวหงยืนอยู่หน้าประตูใหญ่ของตระกูลลูแล้วประกาศเสียงดัง
“ตามคำสั่งของกรมโหรหลวงแห่งเมืองหลวง นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปให้ปิดล้อมตระกูลลู ห้ามผู้ใดในตระกูลลูออกไปจากที่นี่โดยพลการ จนกว่าทูตพิเศษกรมโหรหลวงแห่งเมืองหลวงจะมาถึง”
ข่าวนี้สร้างความตื่นตระหนกในตระกูลลู สมาชิกทุกคนรู้สึกหนักอึ้งในใจ
ลูเยี่ยออกมาเผชิญหน้าด้วยตนเอง ยิ้มพลางกล่าวว่า “ไม่มีหลักฐาน แต่กลับปิดล้อมตระกูลลูของข้า กรมโหรหลวงช่างทรงอำนาจเสียจริง”
เขาเคยได้ยินมาว่าตระกูลเวยมีอำนาจอย่างมากในกรมโหรหลวง ถึงขั้นเรียกได้ว่าครอบครองครึ่งหนึ่งของกรมโหรหลวง วันนี้ในที่สุดก็ได้ประจักษ์กับตาแล้ว
หลัวหงเอ่ยเสียงเย็นด้วยความโกรธ “อย่างไร? พวกเจ้าตระกูลลูยังกล้าขัดขืนไม่ปฏิบัติตามอีกหรือ?”
ทันทีที่กล่าวจบ ผู้บัญชาการองครักษ์ของจวนเจ้าเมืองนามว่าหยวนเหมิงก็นำกำลังคนมาถึง
หยวนเหมิงออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ตามคำสั่งของเจ้าเมือง นับจากบัดนี้เป็นต้นไป ไม่อนุญาตให้ผู้ใดจากตระกูลลูออกจากเมืองเทียนเหอ หากผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกตัดสินโทษประหาร!”
ลูเยี่ยหัวเราะแล้วกล่าวว่า “กรมโหรหลวงเป็นตัวแทนของตระกูลเวย การกระทำของจวนเจ้าเมืองเช่นนี้ เกรงจะเป็นตัวแทนท่า