ทีของตระกูลพานกระมัง?”
หยวนเหมิงแค่นเสียงเย็นชา “ตระกูลลูกำลังจะสิ้นแล้ว เจ้ายังมีอารมณ์คิดเรื่องพวกนี้อยู่อีกหรือ?”
ลูเยี่ยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “รอดูกันต่อไปแล้วกัน”
กล่าวจบ เขาก็หันหลังเดินเข้าประตูใหญ่
ในวันเดียวกัน การกระทำของกรมโหรหลวงและจวนเจ้าเมืองต่อตระกูลลูได้สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วเมือง
“ฮ่า ๆ ได้ยินหรือไม่ ตระกูลลูถูกกรมโหรหลวงปิดล้อมไว้แล้ว เปรียบเสมือนเต่าในหม้อ! แม้มีปีกก็บินหนีไม่ได้!”
เมื่อหลีหยวนชงประมุขตระกูลหลีได้รับข่าว ก็อดไม่ได้ที่จะตบโต๊ะหัวเราะลั่น
“มีแม่ทัพอาภรณ์สีแดงเชี่ยหลิงชิวนั่งคุมสถานการณ์แล้วจะเป็นอย่างไร? ผู้ที่ลงมือครั้งนี้คือตระกูลเวย!”
ฟางหงถูประมุขตระกูลฟางแค่นหัวเราะเย็นชา “ตระกูลลูถูกลิขิตไว้แล้วว่าหนีไม่พ้นหายนะครั้งนี้”
“ตระกูลลูกำลังจะจบสิ้นแล้ว!”
ท่านเจ้าสำนักเซวียไปซงแห่งสำนักศึกษาเทียนเหอถอนหายใจยาว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่า การกระทำของตระกูลเวยและตระกูลพานอาจไม่ใช่แค่ฉวยโอกาสในการยึดครองที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลลูเท่านั้น!
ตระกูลลูกำลังจะจบสิ้นแล้ว!
สำนักน้อยใหญ่ทั่วเมืองเทียนเหอต่างรู้สึกได้ว่า พายุร้ายที่มุ่งเป้าไปที่ตระกูลลูได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!
ตระกูลลูเต็มไปด้วยบรรยากาศหม่นหมอง ทุกคนแสดงความกังวลออกมาทางสีหน้า จิตใจล้วนเลื่อนลอยไร้จุดหมาย
ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถรักษาความสงบเยือกเย็นได้เหมือนลูเยี่ย
ยิ่งไปกว่านั้น ภัยพิบัติที่กำลังเผชิญอย