มเฉินวางมือทั้งสองลงบนไหล่ของลูเยี่ย กล่าวช้า ๆ ทีละคำว่า “จำไว้ การที่เจ้ายังมีชีวิตอยู่ นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!”
ลูเยี่ยรู้สึกอบอุ่นในใจ กล่าวว่า “พี่ชายวางใจได้!”
โมเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “ต่อไปอย่าได้ปล่อยให้ตัวเองต้องอดทนอีก หากถูกผู้ใดรังแก ก็จงใช้พลังรอยประทับที่ข้าและพวกผู้เฒ่าเหล่านั้นทิ้งไว้ให้ พวกเราจะมาทวงความเป็นธรรมให้เจ้าเอง!”
ลูเยี่ยหัวเราะพลางกล่าว “ได้!”
พลังลมปราณที่น่าสะพรึงกลัวราวกับดวงอาทิตยอันร้อนแรงสายนั้น ได้อันตรธานหายไปจากเหนือยอดเขาไปเยียน
ตามด้วยความมืดมิดของรัตติกาลกลับมาปกคลุมแผ่นฟ้าและผืนดินอีกครั้ง
ในขณะนั้น พวกปีศาจใหญ่ในเขาไปเยียน และผู้คนภายนอกเขาไปเยียนก็ต่างพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก ราวกับปลดเปลื้องภาระหนักอึ้งออกจากบ่า
“ไม่รู้ว่าเป็นผู้วิเศษจากที่ใดปรากฏตัวออกมา ช่างน่ากลัวเหลือเกิน…”
เทียนปอฉงพึมพำ
ทันใดนั้น เขาก็มองเห็นร่างพานโซวหูทรุดลงพื้นอย่างรุนแรง
และในขณะที่ร่างล้มลงนั้น ร่างของเขาก็แตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีนับไม่ถ้วน!
ด้วยความไม่ทันตั้งตัว บรรดาใต้เท้าทั้งหลายที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและงุนงง
ปรมาจารย์ยุทธ์แห่งโลกมนุษย์ผู้หนึ่ง จะมาตายอย่างประหลาดโดยไร้สาเหตุเช่นนี้ได้อย่างไร?
ใครกันเล่าที่สังหารเขา?
ผู้คนต่างรู้สึกตกใจอย่างสุดขีด นึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง
ความตายของพานโซวหู่น่าจะเกี่ยวข้อง