ร? ช่างไร้มารยาทเกินไปแล้ว!”
คำพูดเหล่านี้ไม่สุภาพเอาเสียเลย มีความหมายเหมือนผู้อาวุโสกำลังตำหนิผู้น้อยที่กระทำความผิด
ลูเยี่ยไม่ได้รู้สึกโกรธ กล่าวว่า “ข้ายยังไม่ทันได้อธิบายเลย ทั้งยังตำหนิข้าอีกเช่นนี้ แต่ท่านกลับตัดสินข้าเสร็จสรรพแล้ว ไม่ดีกระมัง?”
สตรีในชุดผ้าป่านขมวดคิ้วกล่าวว่า “อธิบายหรือ? ได้ ข้าจะให้โอกาสเจ้าอธิบาย” น้ำเสียงแฝงความเย็นชาแล้ว ในความคิดของนาง นางพูดไปมากขนาดนี้แล้วแต่ลูเยี่ยก็ยังไม่ยอมรับฟังอย่างชัดเจน ไม่มีท่าทีที่จะสำนึกผิดเลย
ลูเยี่ยกล่าวว่า “ประการแรก ข้าไม่ได้ตั้งใจจะใช้ประโยชน์ท่านและราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณไปสังหารเวยเทียนหลาน เหตุผลนั้นง่ายมาก ตอนนั้นข้าไม่รู้เลยว่าท่านกับราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณเป็นใครกันแน่ เป็นศัตรูหรือมิตร”
สตรีในชุดผ้าป่านเอ่ยโดยไม่รู้ตัวว่า “ในเมื่อเจ้าสามารถล่วงรู้ถึงตัวข้าและราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณ เหตุใดจึงไม่สอบถามให้รู้เรื่องก่อนเล่า?”
ลูเยี่ยตอบอย่างจริงจัง “ข้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตชักนำวิญญาณ หากเป็นท่านเองในสถานการณ์คับขันเช่นนั้น ท่านจะกล้าริเริ่มไปพูดคุยกับผู้แข็งแกร่งที่ไม่ทราบที่มาสองคนหรือ?”
ลูเยี่ยถามต่อว่า “แล้วตอนนั้นเหตุใดพวกท่านไม่ใช้การส่งเสียงกระแสจิตบอกข้าก่อน? ด้วยพลังบำเพ็ญของพวกท่าน การใช้การส่งเสียงกระแสจิตไม่ใช่เรื่องยากอะไร?”
ลูเยี่ยกล่าวต่อ “ข้าไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือราชาปีศาจจิ้งจอกวิญญาณ ทั้งไม่รู้ว่าท