่านเป็นผู้คุ้มครองของข้า ย่อมไม่รู้เจตนาของพวกท่าน ในสถานการณ์เช่นนี้ข้าทำได้เพียงต่อสู้กับเวยเทียนหลานจนถึงที่สุด ใช้เวยเทียนหลานบีบให้พวกท่านปรากฏตัว ด้วยวิธีนี้จึงจะแยกแยะได้ว่าพวกท่านเป็นศัตรูหรือมิตรกันแน่”
สตรีในชุดผ้าป่านชะงัก สีหน้าพูดอะไรไม่ออก คำพูดของลูเยี่ยทำให้นางไม่สามารถโต้แย้งได้จริง ๆ
“สิ่งเดียวที่ข้ากล้ายืนยันคือเวยเทียนหลานกับพวกท่านไม่ได้เป็นพวกเดียวกัน เขาปฏิบัติต่อข้าอย่างสุภาพ ถึงกับเลือกประนีประนอม ไม่กล้าสังหารข้าโดยประมาท ย่อมเกี่ยวข้องกับพวกท่านทั้งสองแน่นอน”
ลูเยี่ยกล่าวว่า “ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจลองเสี่ยงดูสักตั้ง หากพวกท่านทั้งสองก็มาเพื่อสังหารข้าเช่นกัน เช่นนั้นก็เหมือนกับเวยเทียนหลาน ทั้งหมดจะถูกลูเยี่ยปฏิบัติเยี่ยงศัตรู หากไม่เป็นเช่นนั้นก็จะเป็นการดีที่สุด”
ลูเยี่ยอธิบายจบแล้วเงยหน้าขึ้นมองสตรีในชุดผ้าป่าน “นี่คือสิ่งที่ข้าพิจารณาในขณะนั้น ดังนั้นเรื่องที่ท่านตำหนิและวิพากษ์วิจารณ์ข้าด้วยอคติ ข้าขอปฏิเสธทั้งหมด!”
สตรีในชุดผ้าป่านชะงักงัน สีหน้าแปรปรวนไม่คงที่ ดูเหมือนว่านางกล่าวโทษลูเยี่ยผิดไปจริง ๆ?
ลูเยี่ยกล่าวขึ้นอย่างกะทันหันว่า “ท่านเรียกตัวเองว่าเป็นผู้คุ้มครองของข้า แต่จนถึงตอนนี้ข้าก็ยังไม่รู้ว่าท่านเป็นใครกันแน่ แล้วเหตุใดจึงกลายเป็นผู้คุ้มครองของข้า! แล้วข้าจะเชื่อใจท่านได้อย่างไร!”
คำพูดเหล่านี้ราวกับการโจมตีอย่างรุนแรง แม้แต่สตรีในชุดผ้