าตระกูลเวยก็จะไมสืบสาวเรื่องนี้อีกเป็นอย่างไร?”
เวยซุนแทบไม่อยากเชื่อหูของตัวเอง ท่านอาเจ็ดเลือกที่จะประนีประนอมได้อย่างไร?
ด้วยพลังบำเพ็ญของเขาเขาสามารถกำจัดลูเยี่ยได้อย่างง่ายดาย เหตุใดจึงต้องยอมอ่อนข้อด้วย?
แต่ลูเยี่ยกลับหัวเราะออกมา “หากข้าไม่ตกลงเล่า?”
เวยซุนอดทนไม่ไหวอีกต่อไปกล่าวว่า “ท่านอาเจ็ด ท่านไม่ต้องการใช้กำลังรังแกผู้อ่อนแอกว่า เลือกที่จะประนีประนอมแต่ท่านก็เห็นแล้วว่าเจ้าคนผู้นั้นไม่สำนึกบุญคุณเลย!”
“เจ้าเด็กน่าอับอายขายหน้า หุบปากเดี๋ยวนี้!”
เวยเทียนหลานชี้นิ้วไปในอากาศ
โครม!
เวยซุนล้มลงสลบไปทันที
เวยเทียนหลานจึงหันกลับมามองลูเยี่ยอีกครั้งแล้วกล่าวว่า “ในตัวเจ้าข้าเห็นความกล้าหาญเหมือนกับที่เคยเห็นในตัวลูซิงอี!”
ดวงตาคมกริบของเวยเทียนหลานเปล่งประกายชื่นชม เขากล่าวต่อว่า “สิ่งที่น่าทึ่งคือความแข็งแกร่งของเจ้าในวัยนี้ สมควรได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”
“ข้าไม่รู้ว่าในโลกอันกว้างใหญ่ภายนอกต้าเฉียนจะ มีอัจฉริยะที่ตัวจับได้ยากเช่นเจ้าหรือไม่แต่ในต้าเฉียนไม่มี!”
“แม้มองย้อนไปตลอดแปดร้อยปีที่ผ่านมาก็ยังหาไม่ได้สักคน!”
เวยเทียนหลานรู้สึกสะท้อนใจ “ด้วยเหตุนี้ข้าจึงเต็มใจที่จะพูดกับเจ้ามากมายถึงเพียงนี้”
ลูเยี่ยกล่าวว่า “ข้าสังหารหลัวเจี้ยนหมิง สังหารใต้บังคับบัญชาสิบสามคนของเวยซุน ท่านในฐานะผู้อาวุโสแห่งตระกูลเวยจะปล่อยผ่านเรื่องนี้ไ