ปได้จริงๆ หรือ?”
เวยเทียนหลานกล่าวว่า “ในสายตาของข้าสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่มีความสำคัญ”
ลูเยี่ยกล่าวว่า “แต่ข้าปล่อยผ่านไม่ได้!”
เวยเทียนหลานขมวดคิ้ว สีหน้าเย็นชาเล็กน้อย
“ข้าเข้าใจแล้วว่าการที่เจ้ายืนกรานเช่นนี้ก็เพื่อต้องการแก้แค้นให้กับคนของตระกูลหยวน”
น้ำเสียงของเวยเทียนหลานเปลี่ยนเป็นเฉียบขาด “ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามเจ้าในฐานะผู้อาวุโสของตระกูลเวย ข้าก็สามารถทำเหมือนเจ้าได้หรือไม่ ไม่สนใจสิ่งใดเพื่อแก้แค้นให้เวยซุน?”
ลูเยี่ยตอบโดยไม่ลังเลว่า “แน่นอนว่าได้!”
เวยเทียนหลานตกใจอย่างเห็นได้ชัด “เจ้าไม่กลัวหรือว่าข้าจะสังหารเจ้า?”
ลูเยี่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ “หากข้าหวาดกลัวตั้งแต่ตอนที่รู้ตัวว่าท่านแอบปรากฏตัวอยู่ในความมืดข้าก็คงยอมแพ้ไปแล้วไม่ใช่หรือ?”
เวยเทียนหลานครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของข้าผู้เป็นปรมาจารย์ยุทธแห่งโลกมนุษย์ก็ไม่อาจทำให้เจ้ารู้สึกเกรงกลัวได้เลยสินะ…”
เขาจ้องมองลูเยี่ยพลางกล่าวต่อว่า “หากขาดึงดันจะพาเวยซุนไปเจ้าจะทำอย่างไร?”
ลูเยี่ยตอบอย่างสงบ “ท่านลองดูก็ได้”
จากสีหน้าและแววตาของเด็กหนุ่ม เวยเทียนหลานไม่เห็นความตึงเครียดแม้แต่น้อย
ตั้งแต่ต้นจนจบเขายังคงสงบและผ่อนคลายเสมอ
สิ่งนี้ทำให้เวยเทียนหลานรู้สึกทั้งประหลาดใจและรู้สึกว่ามันผิดปกติ
“ข้าในฐานะคนของตระกูลเวยไมอาจเดินจากไปเฉย ๆ ได้”
เวยเทียนหลานกล่าว “หากเจ้าสามารถรับการโจมต