กชั่วชีวิตหรือไม่?”
คำพูดของเซี่ยหลิงชิวเหมือนกับมีดคมที่ปักเข้ากลางใจของเว่ยซุน
เขาไม่สามารถรักษาความสงบได้อีกต่อไป สีหน้าเปลี่ยนแปลงไปมา
ตระกูลเว่ยเป็นตระกูลผู้พิทักษ์แผ่นดิน การแข่งขันในรุ่นคนหนุ่มสาวช่างโหดร้ายยิ่งนัก
เว่ยซุนมั่นใจว่า หากตนเองตกอับ พวกพี่น้องของเขาจะโหดร้ายยิ่งกว่าศัตรูเสียอีก พวกเขาจะไม่ลังเลที่จะเหยียบย่ำตนให้ตายอย่างสิ้นซาก!
“ใต้เท้ากล่าวได้ถูกต้อง”
เว่ยซุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่ทว่า ใต้เท้าก็ควรทราบด้วยว่า แม้ตระกูลเว่ยของข้าจะแก่งแย่งชิงดีกันอย่างรุนแรง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูภายนอก พวกเรามักจะขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมไร้ความปรานี!”
เขาชี้ที่จมูกตัวเอง “หากใต้เท้าไม่เชื่อ ก็พนันกันได้ วันนี้ถ้าข้าเป็นอะไรไป วันหน้าลู่เยี่ยจะต้องตาย ตระกูลลู่จะต้องล่มสลาย! ตระกูลฉินที่อยู่เบื้องหลังผู้อาวุโสฉินและตระกูลเซี่ยที่อยู่เบื้องหลังใต้เท้าก็จะต้องพลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วย!”
กล่าวจบ เว่ยซุนก็หัวเราะออกมา “ข้ากลับต้องถามสักหน่อย ท่านทั้งสองช่วยเหลือลู่เยี่ยเช่นนี้ จริงๆ แล้วไม่คิดถึงผลที่จะตามมาหรือ?”
ฉินอู่ซางชี้ไปที่เว่ยซุน “ลู่เยี่ยไม่สู้สังหารมันทิ้งซะเลยดีกว่า! สัตว์เดรัจฉานแบบนี้ ไม่ควรตามใจมันเลย!”
“ลู่เยี่ย ข้าก็จะพูดให้ชัดเจน หากเว่ยซุนตาย ผลที่จะตามมาข้าสามารถแบกรับได้”
เซี่ยหลิงชิวจ้องมองไปที่ลู่เยี่ย “แต่ว่า หากตระกูลเว่ยโต้ตอบอย่างเต็มที่ ด้วยกำลั