“ที่จริงแล้ว ผู้อาวุโสสูงสุดมิได้ตั้งใจจะปล่อยบุตรหลานตระกูลลู่ไปแต่แรก เขาได้จัดเตรียมฉีเฟยอวิ๋นไว้คอยรับตัวแล้ว เพื่อจับพวกเขาไปเป็นตัวประกันให้ตระกูลฉี จุดประสงค์ก็เพื่อรับมือกับพวกเจ้าตระกูลลู่!”
…ไม่ถึงหนึ่งเค่อ หานซานเชวี่ยก็ได้เปิดเผยความจริงทั้งหมดออกมา
ลู่เยี่ยจึงเข้าใจว่า เหตุผลที่สำนักศึกษาเทียนเหอตั้งเป้าเล่นงานศิษย์ตระกูลลู่ในวันนี้ กลับเกี่ยวข้องกับตัวเขาอยู่บ้าง
เห็นได้ชัดว่า หลังจากเมื่อวานที่เขาได้ตั้งตนเป็นประมุขตระกูลลู่ พวกศัตรูที่มองว่าตระกูลลู่เป็นเพียงแค่อาหารในจานนั้นก็ทนนั่งเฉยไม่ได้แล้ว!
“เรื่องนี้เป็นการวางแผนโดยผู้อาวุโสสูงสุดหลี่ฉางเฟิงแต่เพียงผู้เดียวจริงหรือ?” ลู่เยี่ยถาม
หานซานเชวี่ยก้มหน้าด้วยความท้อแท้ “ข้าเป็นเพียงผู้ดูแลหอลงทัณฑ์ จึงได้แต่ฟังคำสั่งและปฏิบัติตามเท่านั้น”
“ถ้าเช่นนั้น เจ้าบอกข้าสิ หลี่ฉางเฟิงทำเช่นนี้ เจ้าสำนักเซวียไป๋ซงรู้เรื่องหรือไม่?” ลู่เยี่ยถามต่อ
หานซานเชวี่ยละล่ำละลักตอบว่า “ข้าคิดว่า… อาจจะรู้!”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” ลู่เยี่ยพยักหน้า
ในฐานะเจ้าสำนัก เซวียไป๋ซงไม่ได้ตาบอด เมื่อเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้น เขาจะถูกปิดบังไว้ได้อย่างไร?