ะหนึ่งร่วงลงมาจากสวรรค์ ทะเลเมฆก้อนหนึ่งลอยตัวลงมา เมื่อเพ่งสายตาดูก็พบว่ามีทหารสวรรค์กับแม่ทัพสวรรค์ยืนอยู่บนทะเลเมฆ
แต่ละคนเรียกพระวรกายเทพออกมา ช่างดูทรงอำนาจน่าเกรงขาม
“โอรสสวรรค์แห่งราชอาณาจักรหลัวหง เยี่ยจ้าน มิใส่ใจความเป็นตายของประชาราษฎร์ ฆ่าล้างบางในแดนมนุษย์”
“จักรพรรดิสวรรค์มีคำสั่งให้จับตัวเยี่ยจ้าน ไปจองจำในคุกสวรรค์!”
เสียงอันน่าเกรงขามของตี้ชางดังกังวานไปทั่วฟ้าดิน มันสะท้อนก้องลอยไปไกล
เยี่ยจ้านฟังจบก็หัวเราะ เสียงหัวเราะของเขาช่างดูเหยียดหยัน เขาเอ่ยอย่างดูแคลน
“จักรพรรดิสวรรค์มีคำสั่งรึ? จักรพรรดิสวรรค์ก็คือมรรคาจารย์ล่ะสิ เหตุไฉนเขาจึงมิกล้ามาด้วยตนเองเล่า”
“จับเจ้า ไยต้องให้มรรคาจารย์เดินทางมาเองด้วยเล่า” เสียงที่โอหังยิ่งกว่าดังขึ้น มันลอยมาพร้อมกับจิตสังหารอันรุนแรง
เงาร่างหนึ่งเหาะออกมาจากกลุ่มทหารสวรรค์และแม่ทัพสวรรค์ เขายืนอย่างหยิ่งยโสบนท้องนภา ก้มมองเยี่ยจ้านที่อยู่เบื้องล่าง
เยี่ยจ้านเพ่งสายตาดู ทันใดนั้นดวงตาก็เบิกโต ถามอย่างตกตะลึง “ไท่สือฉางเชอ เหตุไฉนเจ้าจึงอยู่ที่แดนสวรรค์”
ไท่สือฉางเชอกวักมือเอ่ยว่า “ขึ้นมาสู้กันสักยกสิ เจ้าคนตาขาวแห่งเผ่าเยี่ย!”
คนตาขาวรึ! สามคำนี้ทำให้เพลิงโทสะของเยี่ยจ้านลุกโหมในพริบตา แววตาของเขาเย็นเยียบ เอ่ยเสียงเย็นชาว่า
“ไท่สือฉางเชอ เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าสังหารเจ้าจริงๆ หรือ”
“เจ้าก็ไม่กล้าจริงๆ นั่นแหละ เผ่าเยี่ยทำเป็นแต่ร