ดพล่อยๆ ออกมาอย่างไม่แยแส
“นี่ถ้าไม่ใช่เพราะมณฑลเจียงหนานมันห่างไกลความเจริญจากตระกูลอวิ๋นของฉันมากล่ะก็ มีหรือพวกสวะชั้นต่ำพวกนี้จะกล้าปีนเกลียวกับลูกชายฉัน! ฉันอยากจะรู้นัก ถ้าเป็นที่มณฑลฉู่… ลูกชายฉันอยากจะฆ่าใคร จะมีหน้าไหนกล้าเสนอหน้ามาขวาง!”
หวังเหวยสูดลมหายใจเข้าลึก ข่มกลั้นโทสะแล้วหลับตาลง
ครู่ต่อมา ชายชราลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบไร้อารมณ์
“ช่างเถอะ… เดี๋ยวฉันจะไปเจรจากับไอ้เด็กนั่นด้วยตัวเอง”
สิ้นคำ ร่างชราของหวังเหวยก็พลันอันตรธานหายวับไปจากสายตาของทั้งสามคนราวกับภูตผี!
จนกระทั่งบารมีอันหนักอึ้งจางหายไป หวังซีที่เอาแต่ก้มหน้าหวาดผวาถึงกล้าเงยหน้าขึ้นมา เขามองแม่ตัวเองด้วยแววตาวิตกกังวล
“แม่ครับ… จะไม่เป็นอะไรจริงๆ ใช่ไหม? ผมไม่อยากเข้าไปนอนเน่าในคุกนักสู้นะครับ!”
อวิ๋นซิ่วลูบหัวลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยสีหน้าปวดใจสุดซึ้ง “วางใจเถอะลูกรัก ในมณฑลเจียงหนาน ปู่ของลูกก็ถือว่าเส้นใหญ่และมีบารมีคับฟ้าอยู่พอตัวแหละ”
ได้ยินคำปลอบโยนจากผู้เป็นแม่ หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของหวังซีถึงได้ค่อยๆ สงบลง
……
อีกด้านหนึ่ง ณ บริเวณหน้าประตูค่ายยอดอัจฉริยะ
ร่างของซูอวี่ก้าวเดินออกมา