“ฉันขอเล่นสนุกกับพวกแกรุ่นพี่… ดูสักตั้งก็แล้วกัน!”
น้ำเสียงราบเรียบดังหลุดออกจากปากซูอวี่
ชั่วพริบตา สายตาทุกคู่ต่างตวัดขวับไปจ้องมองร่างของเขาเป็นตาเดียว
เหล่าอัจฉริยะหน้าใหม่มองแผ่นหลังของซูอวี่ที่ก้าวออกไป พลันขมวดคิ้วมุ่น
“ซูอวี่? หมอนั่นเสนอหน้าออกไปทำไมวะ?”
“หรือว่าคิดจะท้าตีท้าต่อยกับพวกหน้าเก่า?”
“เหอะ ตลกน่า! ซูอวี่มีพลังบ่มเพาะแค่ขอบเขตปราณโลหิต ต่อให้เคยสร้างสถิติระดับประวัติศาสตร์มาก่อน แต่ด้วยความแข็งแกร่งแค่นี้… รุ่นพี่คนไหนก็ขยี้มันได้สบายๆ ทั้งนั้นแหละ!”
“ตาบอดหรือไง ไม่เห็นสภาพหยางเสี่ยวเมื่อกี้เหรอวะ!”
“ก็นั่นน่ะสิ! ถึงจะนับถือความใจกล้า แต่ถ้ากล้าผิดที่ผิดเวลาแบบนี้… มันก็เป็นได้แค่ความบ้าระห่ำของไอ้โง่เท่านั้นแหละ!”
กลุ่มอัจฉริยะต่างพากันซุบซิบนินทาอย่างออกรส
ส่วนทางด้านพวกรุ่นพี่หน้าเก่า ต่างหรี่ตามองซูอวี่ด้วยความสนใจใคร่รู้
อู๋เจี๋ยที่เพิ่งสยบหยางเสี่ยวไปหมาดๆ ถึงกับหัวเราะร่วน “ดูเหมือนว่า… ลูกเจี๊ยบปีนี้ จะไม่ได้ตาขาวหดหัวอยู่ในกระดองไปซะหมดสินะ!”
พวกรุ่นพี่คนอื่นๆ พากันพยักหน้าแสยะยิ้ม
“แต่ก็นะ ใจสู้ก็ส่วนใจสู้… มีพลังแค่ขอบเขตปราณโลหิต แต่ริอ่านจะมาสั่นคลอนธรรมเนียมของที