งมีค่า และโอสถทั้งหมดบนตัวศพทั้งห้าจนเกลี้ยงไม่มีเหลือ ก่อนจะจุดไฟเผาทำลายหลักฐานลบเลื่อนร่องรอยอย่างมืออาชีพ
ชายหนุ่มยืนมองเปลวเพลิงที่กำลังกลืนกินซากศพ ก่อนจะเบนสายตากลับไปยังทิศทางของเมืองเหิงเฉิง
“กลุ่มธุรกิจตระกูลหลี่งั้นเหรอ...”
ซูอวี่พึมพำลอดไรฟัน นัยน์ตาสาดประกายอำมหิตกระหายเลือดขึ้นมาอีกระลอก!
……
ตัดภาพกลับมาที่เมืองเหิงเฉิง
ณ ห้องทำงานหรูหราบนชั้นสูงสุดของตึกกลุ่มธุรกิจตระกูลหลี่ ‘หลี่เทียนเฮ่อ’ ผู้เป็นประธานใหญ่กำลังนั่งหลับตาพิงโซฟาเอนหลังอย่างผ่อนคลาย
ทว่าจู่ๆ คิ้วหนาของมันก็กระตุกยิก ขมวดเข้าหากันแน่น ก่อนจะตาโพลงเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก!
“ทำไมตาขวาข้ามันกระตุกไม่หยุด สังหรณ์ใจคอไม่ดีเลยวะ?”
หลี่เทียนเฮ่อสบถพลางยกมือขึ้นนวดคลึงระหว่างหัวคิ้ว
“วันนี้เป็นวันที่หลงเอ๋อร์นัดคนไปเก็บไอ้เด็กซูอวี่นั่นไม่ใช่หรือไง? คำนวณเวลาดูแล้ว… ป่านนี้มันควรจะหิ้วหัวเด็กนั่นกลับมาฉลองได้แล้วสิ!”
ต้องเข้าใจก่อนว่า การส่งยอดฝีมือปราณโลหิตระดับ 3 ไปรุมสกรัมเด็กมัธยมหน้าใหม่ที่เพิ่งตื่นรู้เป็นนักสู้ มันคือการขี่ช้างจับตั๊กแตนชัดๆ! ขุมกำลังระดับนี้เอาไปล้มแก๊งอันธพาลได้ทั้งแก๊งด้วยซ้ำ ถ้าไม