อ ผ่านการทดสอบนักสู้ฝึกหัดมาตั้งนานแล้ว เผลอๆ ปราณโลหิตน่าจะทะลุ 0.6 ไปแล้วด้วยซ้ำ!”
“ไปเหยียบตาปลาหลี่หลงเข้าแบบนี้ ดูท่าชีวิตมัธยมปลายของซูอวี่คงจบเห่แล้วว่ะ”
ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทา ซูอวี่กลับเดินล้วงกระเป๋าทอดน่องไปตามทางเดินมุ่งสู่หน้าประตูโรงเรียนอย่างชิลล์ๆ
คำขู่ของสวะอย่างหลี่หลง ไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยแม้แต่น้อย
‘ก็ดีเหมือนกัน ฉันเพิ่งทะลวงเป็นนักสู้… เอาไอ้หลี่หลงมาเป็นกระสอบทรายทดสอบพลังดูหน่อย ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไม่เลว’
ณ บริเวณหน้าประตูโรงเรียน เพียงแค่หลี่หลงยืนกอดอกอยู่เฉยๆ ก็แผ่แรงกดดันดุดันออกมาจนนักเรียนที่เดินผ่านไปมาต้องลอบกลืนน้ำลาย
“นั่นหลี่หลงนี่หว่า? มายืนดักรอใครวะ? หรือว่ามีไอ้บอดที่ไหนไปกระตุกหนวดเสือเข้า?”
“จุ๊ๆ ยุคนี้ยังมีคนกล้ารนหาที่ตายอยู่อีกเหรอวะ กล้ามีเรื่องกับตระกูลหลี่ในเมืองเหิงเฉิงเนี่ยนะ! แค่ตัวหลี่หลงเองก็เป็นถึงนักสู้ฝึกหัดแล้ว!”
“งานนี้มีคนเละเป็นโจ๊กแน่”
ฝูงชนจำนวนมากเริ่มก่อตัวมุงดูเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว
ไม่นานนัก ซูอวี่ก็เดินก้าวพ้นประตูโรงเรียนออกมา เมื่อเห็นไทยมุงจำนวนมหาศาล เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
หลี่หลงเห็นเป้าหมายโผล่มาก็จ้องเขม็ง