อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้โง่พอที่จะท้าทายคนทั้งห้าพร้อมกัน มนุษย์อาจจะอ่อนแอกว่าสัตว์ร้ายแห่งฝันร้าย แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาน่ากลัวจริงๆ คือความไม่แน่นอน แอสเปกต์ของแต่ละคนนั้นไม่ซ้ำกัน และมันทำให้มนุษย์มีคลังแสงของความสามารถที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้
การเผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่เข้าใจคือวิธีที่เร็วที่สุดที่จะนำไปสู่ความตาย
เมื่อความได้เปรียบจากการจู่โจมทีเผลอหมดไป ซันนี่จึงตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องถอย
เขาหันหลังกลับ กระโดดออกจากวงล้อมของแสงแล้ววิ่งหนีไป มันยากมากที่จะไล่ตามคนที่มองเห็นในความมืดบนถนนที่แคบแบบนี้ ดังนั้นจึงมีโอกาสสูงที่จะหนีไปได้โดยไร้รอยขีดข่วน
ทว่า คุไนยังคงผูกติดอยู่กับข้อมือของซันนี่ เมื่อมันหลุดออกจากกะโหลกของหัวหน้าที่ตายแล้ว มันก็ร่วงลงพื้นและกระทบกับก้อนหินเสียงดังเคร้ง จากนั้นก็กระดอนไปอีกสองสามเมตรและกระแทกกับพื้นถนนอีกครั้ง เกิดเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
“จับไอ้สารเลวนั่นไว้! มันฆ่าหัวหน้า!”
พวกผู้หลับใหลพุ่งตัวไปข้างหน้าตามเสียงโลหะกระทบหิน ไล่ตามรอยเท้าของซันนี่ไป
‘พวกนี้กัดไม่ปล่อยจริงๆ’
แม้แต่คนที่เสียแขนไปก็ยังไล่ตามเขามาติดๆ ไม่ว่าเขาจะมีวิธีหยุดเลือดหรือแค่ไม่ยอมปล่อยให้ผู้โจมตีหนีไปได้แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม