“พวกเราโชคดีมากแล้วที่รอดชีวิตมาได้นานขนาดนี้ แต่ในท้ายที่สุด ไม่ว่าเราจะต่อสู้และอดทนมากเค่ไหน เราก็ยังมาพบกับต้นไม้แห่งวิญญาณอยู่ดี นี่ควรจะเป็นจุดจบของพวกเราแล้วเจ้ารู้ไหมว่ามันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะได้มีโอกาสมาสนทนากันแบบนี้?”
ซันนี่ส่ายหัวอย่างลังเล
“อย่างแรก เราต้องมีผู้พยากรณ์อยู่ในกลุ่มเพื่อมองเห็นอนาคต จากนั้น แคสซี่ต้องวางแผนและดำเนินแผนการอันชาญฉลาดในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ความทรงจำของเธอยังสมบูรณ์ แผนการนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานที่ว่ามีใครบางคนที่มีความทรงจำระดับตื่นรู้เทียร์ห้าอยู่ในกลุ่มของเรา แถมยังเป็นของที่เสริมพลังด้วยคุณลักษณะป้องกันทางจิตที่หาได้ยากยิ่ง…”
ผู้พยากรณ์นั้นมีน้อยมาก และผู้หลับใหลที่มีความทรงจำที่เทียบเท่ากับผ้าคลุมผู้ควบคุมเชิดหุ่นนั้นยิ่งหายากเข้าไปใหญ่
“…จากนั้นคนคนนั้นต้องออกตามหาและสังหารมารระดับยิ่งใหญ่ และที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือเขาต้องได้รับความทรงจำประเภทสายเลือดมาจากมันด้วย ฉันต้องอธิบายไหมว่าเหตุการณ์ที่ประจวบเหมาะกันขนาดนี้มันเหลือเชื่อแค่ไหน?”
ซันนี่ค่อยๆ ส่ายหัว
เนฟิสหลับตาลง
“ประเด็นของฉันคือ… หากเราเข้าไปในเขาวงกต เราก็จะต้องพบกับต้นไม้แห่งวิญญาณต้นต่อไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ และถึงแม้เราจะรอดชีวิตมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ เราก็จะพบต้นต่อไป และต้นต่อไปอีก ไม่ช้าก็เร็วเราก็ต้องตาย”