เมื่อตระหนักว่าคำตอบของเธอยังไม่ค่อยเคลียร์นัก เนฟิสจึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า:
“พวกเราสูญเสียความทรงจำส่วนใหญ่ไปตอนที่พ่อของฉันเสียชีวิต ส่วนที่เหลือก็ถูกทยอยขายไปทีละชิ้นตลอดหลายปีที่ผ่านมาเพื่อให้ครอบครัวยังอยู่รอดได้ ดาบกับชุดเกราะนี้ฉันได้มาจากฝันร้ายครั้งแรกของตัวเอง”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ซันนี่เพิ่งตระหนักว่าการล่มสลายของตระกูล เปลวเพลิงอมตะ อาจจะรุนแรงกว่าที่เขาคิดไว้มาก ถึงอย่างนั้น มันก็ยังมีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผล
“แต่ด้วยชื่อเสียงและสถานะของตระกูลเธอ ก็น่าจะมีวิธีอื่นในการหาเงินนะ”
เนฟิสไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรรุนแรง เธอเพียงแค่พูดเรียบๆ ว่า:
“มันมีเหตุผลอื่นด้วยน่ะ”
จากนั้น เธอก็หันหน้ามาทางเขาอย่างที่เขาไม่ได้คาดคิด
“ฉันขอถามนายกลับสักคำถามได้ไหม?”
ซันนี่กลืนน้ำลาย
“ได้สิ ว่ามาเลย”
เนฟิสเอียงคอ
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นผู้สืบทอด?”
‘อะไรนะ? แค่นี้เหรอ?’
“ง่ายๆ เลย ฉันได้ยินแคสเตอร์พูดถึงน่ะ เขาชอบดุพวกผู้หลับใหลคนอื่นเพื่อให้พวกนั้นปฏิบัติกับเธอด้วยความเคารพ”
เธอพยักหน้าให้เขาและหันกลับไป ซันนี่ไม่อาจรู้ได้เลยว่าภายใต้ดวงตาสีเทาที่ราบเรียบนั้นเธอกำลังคิดอะไรอยู่
เวลาผ่านไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะรวบรวมความกล้าเพื่อถามคำถามที่เขาอยากถามจริงๆ แต่ก่อนจะทำอย่างนั้น เขาต้องแน่ใจว่าแคสซี่หลับสนิทแล้วจริงๆ และเขาก็ลดเสียงลงให้เบาที่สุด