“ขอถามอีกข้อได้ไหม?”
เมื่อไม่ได้รับการปฏิเสธ เขาจึงถามต่อว่า:
“ทำไมเธอต้องแบกภาระเรื่องยัยนั่นไว้กับตัวด้วยล่ะ?”
มุมปากของดาราแปรเปลี่ยนกระตุกขึ้นเล็กน้อย
“ทำไมล่ะ? ถ้าเป็นนาย นายจะไม่ทำเหรอ?”
ซันนี่กัดฟันกรอด สัมผัสได้ถึงจุดบกพร่องที่พยายามเค้นคำตอบที่ซื่อสัตย์ออกมาจากปาก
“ไม่”
บอกตามตรง เขาอยากจะเชื่อจนวินาทีสุดท้ายว่าคำตอบจะเป็น “ใช่” แต่สิ่งหนึ่งที่เขาสูญเสียไปหลังจากผ่านฝันร้ายมาได้ก็คือความสามารถในการโกหกตัวเอง ความจริงมันช่างไร้ความปราณี
ไม่ใช่ว่าซันนี่ไม่สงสารเด็กสาวตาบอดหรือไม่ยากช่วยเธอ แต่มันเป็นเพราะเขารู้ดีว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาทำได้ เขาแทบจะเอาตัวเองไม่รอดอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการแบกคนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ข้ามโลกแห่งความฝันเลย ถ้าเขาลองทำล่ะก็ พวกเขาคงได้ตายตกไปตามกันทั้งคู่
ถึงอย่างนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังในตัวเองนิดหน่อย
อย่างไรก็ตาม เนฟิสดูจะไม่ได้ตัดสินเขาเลย เธอไม่มีปฏิกิริยาอะไรทั้งสิ้น หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เธอก็พูดเพียงแค่ว่า:
“เพราะฉันอยากทำ”
‘เพราะ… เธออยากทำเนี่ยนะ?’
นั่นไม่ใช่คำตอบที่ซันนี่คาดหวังจะได้ยินเลย เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเธอคงจะเทศนาเขาเรื่องคุณธรรมและความเมตตา หรือไม่ก็บอกเคล็ดลับบางอย่างที่ทำให้ความสามารถอันดูเหมือนจะอ่อนแอของแคสซี่กลายเป็นสิ่งที่ทรงพลังอย่างยิ่ง