นี่มันการละเล่นทางจิตแบบไหนกัน? เขาถึงกับคิดว่าเนฟิสกำลังล้อเลียนเขาอยู่หรือเปล่า แต่มันดูจะไม่เป็นอย่างนั้น เธอดูเหมือนจะสนใจในคำตอบจริงๆ
‘ยัยเพี้ยนเอ๊ย!’
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดออกมาโดยไม่ได้มั่นใจนักว่า:
“บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาอยู่ไกลบ้านหรือเปล่า?”
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเนฟิส
“ไกลจากบ้าน… หืม ตกลง”
หลังจากนั้นเธอก็หันกลับไปและก้มหน้าลง กลับไปเป็นเหมือนรูปปั้นอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าบทสนทนาของพวกเขาจะจบลงแล้ว
ซันนี่บ่นพึมพำอยู่ในใจก่อนจะเอนตัวลงนอนและพยายามหลับให้ลง ทว่าภาพของโอดิสเซียสผู้มีแววตาหม่นหมองยังคงวนเวียนอยู่ในหัว หลังจากผ่านไปพักใหญ่ เขาก็โพล่งถามเบาๆ ว่า:
“แล้วสรุปว่าเขากลับถึงบ้านไหม?”
ไม่นานนัก เนฟิสก็ตอบกลับมา
“ถึงสิ เขากลับไปหาภรรยาและลูกชายของเขา และพวกเขาก็ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป”
ซันนี่รู้สึกพอใจ เขาจึงยิ้มและพลิกตัวไปอีกด้าน
ในตอนที่เขากำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น เขาได้ยินเสียงแผ่วเบาของดาราแปรเปลี่ยนอีกครั้ง คราวนี้มันเบามากจนแทบไม่ได้ยินและดูเลื่อนลอย ราวกับไม่ได้พูดกับใครเป็นพิเศษ
“โอดิสเซียสคือมนุษย์คนแรกที่ทำลายเจตจำนงของเทพเจ้าได้”
ในตอนเช้า ซันนี่และเนฟิสเป็นคนแรกๆ ที่ตื่นขึ้นมา ในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นและน้ำทะเลกำลังลดระดับลง พวกเขาก็ก่อไฟและเริ่มเตรียมอาหารเช้าง่ายๆ