ซันนี่เริ่มเครียดพลางเตรียมคำตอบที่จะใช้ล่อหลอกไว้ในใจ แต่เนฟิสก็ไม่ได้ถามอะไร เขาเลยทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและชวนแคสเซียคุยต่อ
“มันก็ยังเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยมอยู่ดีนั่นแหละ การหาน้ำที่ดื่มได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ!”
แคสเซียพยักหน้าและยิ้มอย่างพอใจกับคำพูดของเขา
ไม่นานนัก กลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อย่างก็ตลบอบอวลไปในอากาศ ในขณะเดียวกัน ดวงอาทิตย์ก็เริ่มเข้าใกล้ขอบฟ้า เสียงคำรามดังลั่นมาจากที่ไหนสักแห่งเบื้องล่าง และร่องรอยแรกของน้ำสีดำก็เริ่มปรากฏขึ้นระหว่างกำแพงสีเลือดของเขาวงกต
ซันนี่มองไปทางทิศตะวันออกที่ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวลง จากนั้นเขาก็ขยับตัวอย่างอึดอัด
“พวกนักเก็บกวาดขึ้นมาถึงข้างบนนี้เลยหรือเปล่า?”
เนฟิสพลิกเนื้อแล้วพยักหน้า
“อืม… แต่แค่ตอนกลางคืนเท่านั้นนะ ตอนกลางวันพวกมันส่วนใหญ่ดูเหมือนจะหายตัวไป”
ซันนี่แสยะยิ้ม เพราะเขาพอจะรู้สาเหตุว่าทำไมถึงไม่ค่อยมีสัตว์ประหลาดอยู่ในเขาวงกตตอนกลางวัน
“นั่นเพราะพวกมันทั้งหมดไปรวมตัวกันอยู่ใกล้ๆ ที่ที่ฉันเคยอยู่น่ะสิ พวกเธอน่าจะได้เห็นนะ—หน้าผาสูงทางทิศตะวันตกของที่นี่ จริงๆ แล้วมันคือรูปปั้นน่ะ”
แคสเซียเบิกตากว้าง
“รูป… รูปปั้นเหรอ? แต่การที่นายจะรอดมาได้ มันก็น่าจะเป็น…”