“ใช่ มันคือรูปปั้นอัศวินยักษ์ สูงอย่างน้อยสองร้อยเมตรได้ หัวของเขาหายไป ฉันเลยไปซ่อนอยู่บนลำคอ สรุปก็คือ… วันแรกที่เราถูกส่งมาที่นี่ มีสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลสองตัวสู้กันใกล้ๆ รูปปั้นนั่น พอน้ำลด ฉันเห็นซากศพขนาดมหึมานอนอยู่ตรงนั้น มีพวกนักเก็บกวาดเป็นร้อยๆ ตัวคอยรุมทึ้งมันอย่างช้าๆ”
เนฟิสพยักหน้า
“นั่นอธิบายได้ว่าทำไมตอนกลางวันถึงไม่มีสัตว์ร้ายแห่งฝันร้ายเลย อีกนานไหม?”
ซันนี่กะพริบตาปริบๆ
“อีกนานไหม อะไรเหรอ?”
ดาราแปรเปลี่ยนจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดไปตามๆ กัน (TL:ขอเปลี่ยนจากดาราผกผัน เป็นแปรเปลี่ยนแทนนะครับ ผกผันมันฟังดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่)
“อีกนานไหม… กว่าพวกมันจะกินซากนั่นหมด?”
“อ๋อ อีกประมาณวันเดียว อย่างมากก็สองวัน”
เนฟิสหันกลับไป เธอหยิบเนื้อออกจากเตาแล้วรีบดับไฟทันที
‘ยัยคนนี้ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ!’
ทั้งสามคนนั่งกินอาหารกันท่ามกลางแสงสลัวของยามโพล้เพล้ เนื้อนั่นทั้งชุ่มฉ่ำ นุ่ม และอร่อยอย่างบอกไม่ถูก มันอร่อยยิ่งกว่าอะไรก็ตามที่ซันนี่เคยลิ้มลองมาแม้แต่ในโรงอาหารของสถาบัน แน่นอนว่าความหิวโหยอย่างแสนสาหัสของเขาก็มีส่วนช่วยในเรื่องนี้ด้วย
พวกเขาผลัดกันส่งขวดน้ำแก้วให้กันเป็นระยะ
เมื่อกินอาหารเสร็จสิ้น ทะเลสีดำก็กลับมา และความมืดมิดของยามค่ำคืนก็เข้าปกคลุม ทุกสิ่งทุกอย่างถูกกลืนกินโดยความมืดสนิท