ภายใต้การรังแกของสัตว์ตัวน้อยสีขาว ลูกแก้วแสงสีทองไม่กล้าต่อต้านแม้แต้น้อย หลังจากเล่นไปได้สักพัก จู่ ๆ สัตว์ตัวน้อยสีขาวก็เงยหน้าขึ้น ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง จากนั้นมันก็หันไปมององค์หญิงหมิงเยว่ ในตอนนั้นเององค์หญิงหมิงเยว่ก็ได้ลืมตาขึ้นมาทันที ดวงตาเย็นชาดุจแสงจันทร์มีประกายวาบผ่าน พลังสีขาวจางแผ่ซ่านออกมาจากร่างขององค์หญิงหมิงเยว่อย่างเป็นธรรมชาติ
“ทลาย!” เสียงเย็นชาแผ่วเบาดังขึ้น สายลมที่มองไม่เห็นพลันแผ่ขยายออกไปในชั่วพริบตา จากนั้นสายลมที่มองไม่เห็นนี้ก็ค่อย ๆ สงบลง ดวงตาขององค์หญิงหมิงเยว่ก็กลับมีประกาย ความเย็นชาในดวงตาคู่นั้นสลายไป
“พี่หญิง ออกจากการปิดด่านแล้วหรือ?” หลังจากได้สติกลับมา องค์หญิงหมิงเยว่ก็เอ่ยพึมพำกับตัวเอง ในตอนนั้นเองพลันมีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“ใช่แล้ว ตอนนี้เจ้ามีวรยุทธ์ถึงระดับมหาราชาปรมาจารย์แล้ว” เสียงที่เหมือนกันถูกเปล่งออกมาจากปาก แต่กลับมีกลิ่นอายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง หนึ่งนั้นเย็นชาแฝงความนุ่มนวล อีกหนึ่งเย็นชาแต่แฝงเสน่ห์เย้ายวน เมื่อได้ยินคำพูดของจีหมิงเยว่ องค์หญิงหมิงเยว่ก็หัวเราะเบา ๆ “พวกเราช่างเก่งกาจจริงๆ” องค์หญิงหมิงเยว่แลบลิ้นออกมาเล็กน้อย ยามอยู่ในที่ส่วนตัวนางมักจะทำตัวเหมือนเด็กสาวมากกว่า
ทันใดนั้น สิ่งแปลกปลอมในห้องก็ดึงดูดความสนใจขององค์หญิงหมิงเยว่ไป
“นั่นคืออะไรหรือ?” เมื่อมองผ่านดวงตาขององค์หญิงหมิงเยว่ จีหมิงเยว่ก็