หมดให้กลายเป็นสีทองฟิว เมื่อแสงสีทองนั้นได้ระเบิดออก มันก็แยกตัวออกเป็นสองกลุ่ม พุ่งไปคนละทิศทางแล้วหายลับไปในราตรีกาล
สำนักโหรหลวง ไป่อวิ๋นเปียนที่กำลังบำเพ็ญอยู่ได้ลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว หลังจากนับนิ้วคำนวณดูแล้ว สีหน้าของเขาก็พลันเปลี่ยนไปในทันที เขารีบลุกขึ้นจากเบาะรองนั่ง แปรแกนเป็นสายลมบางเบาแล้วหายวับไปจากในห้องทันที
ภายในตำหนักเฉียน จ้าวฉงและหลี่เต้าไม่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอก ความสนใจของพวกเขาทั้งหมดล้วนจดจ่ออยู่ที่ร่างของฮ่องเต้บนเตียง
หลังมังกรทองตนนั้นจากไป ดูเหมือนมันจะพาเอาพลังทั้งหมดของฮ่องเต้ไปด้วย ร่างกายของเขาทรุดโทรมลงในพริบตา ในการรับรู้ของหลี่เต้าตอนนี้ ร่างของฮ่องเต้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ลมหายใจอันน้อยนิดที่เหลืออยู่ราวกับเปลวเทียนกลางสายลม อาจดับมอดลงได้ทุกเมื่อ ฮ่องเต้พยายามลืมตาขึ้น เขาพึมพำว่า “สบายแล้ว ต่อจากนี้ก็ขอฝากทุกอย่างไว้กับพวกเจ้า”
“ฝ่าบาท”
จ้าวฉงเข้าใจดีว่าตอนนี้ไม่มีหนทางเยียวยาได้แล้ว ในขณะนี้หลี่เต้าจ้องมองฮ่องเต้พลางขมวดคิ้ว ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ชั่วครู่ต่อมา พลังชีวิตสุดท้ายของฮ่องเต้ก็ดับวูบลง ดวงตาที่เปิดอยู่ก็ค่อย ๆ หลับลง ท่ามกลางความทรงจำ เมื่อเห็นภาพนั้นหลี่เต้าก็พึมพำกับตัวเองว่า “ช่างเถอะ เห็นแก่หน้าเสี่ยวอวี่เอ๋อร์”
เขาพลันแบมือออก จากนั้นพลังปราณโลหิตอันเข้มข้นก็ได้ก่อตัวหลอมรวมขึ้นในมือของเขา ไม่นานมันก็กลา