แหน่งของเจ้า? แล้วเจ้าจะลาออกงั้นหรือ?”
“ข้าจะไปสนพวกเขาทำไม” ที่เขารับตำแหน่งผู้บัญชาการสูงสุดแห่งหน่วยราชองครักษ์ ก็เพียงเพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดและปกปองเสี่ยวอวิ๋นเอ๋อร์เท่านั้น ไม่ได้มาเพื่อคอยเกรงใจผู้ใด
“เจ้าใจเย็น ๆ อย่าหุนหันพลันแล่น ตอนนี้ยังไม่ถึงขั้นนั้น” หากเป็นก่อนหน้านี้ตอนที่ฮ่องเต้ยังอยู่ และองค์ชายห้ายังไม่ถูกกักบริเวณ หยางหลินก็คงจะไม่พูดเช่นนี้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ทุกอย่างแตกต่างออกไปแล้ว จ้าวเชียวเองก็มีปัญหาอยู่แล้ว อีกทั้งฮ่องเต้ก็ล้มป่วยไม่สามารถออกหน้าได้ และยังมีเรื่องที่จ้าวเหนียนขึ้นครองอำนาจ ดังนั้นถึงแม้จะเกิดเรื่องขึ้นจริง แต่ตราบใดที่ฮ่องเต้ไม่ได้พูดอะไร เรื่องนี้ก็คงเป็นแค่ฟ้าร้องเสียงดังแต่ฝนตกเล็กน้อย คงไม่มีใครจะมาทำให้หลี่เต้าซึ่งเป็นบุคคลสำคัญต้องขุ่นเคือง เพื่อองค์ชายที่ไร้ความโปรดปรานผู้หนึ่ง
เมื่อหลี่เต้าได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ฝีเท้ากลับไม่ได้หยุดลง หยางหลินรีบขวางหน้าหลี่เต้าเอาไว้ทันที “เจ้าหนุ่ม เหตุใดเจ้ายังจะไปอีก”
หลี่เต้าหัวเราะเบา ๆ “วางใจเถิด ข้าไม่ได้ไปลาออก”
“งั้นเจ้าจะ…”
“ไปดูความคึกคัก”
หนึ่งก้านธูปผ่านไป ภายในพระที่นั่งไท่เหอ บรรดาขุนนางทั้งฝ่ายปกครองและฝ่ายทหารต่างมารวมตัวกัน เนื่องจากการตายอย่างกะทันหันของจ้าวเชียว ทำให้ขุนนางทั้งหลายต่างถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา หลี่เต้าผู้ยืนอยู่ในตำแหน่งหัวแถวของขุนนางฝ่ายทหาร เหลือบมอง