นอีกสองสามประโยคก่อนจะแยกย้ายกันไป
รุ่งเช้าวันถัดมา หลังจากจิ่วเอ๋อร์มาปรนนิบัติ หลี่เต้าก็สวมใส่เสื้อคลุมพญางูสี่เล็บสีดำ ผมเกล้าประดับด้วยกวาน มีสีหน้าสง่าผ่าเผยยิ่ง ก่อนเขาจะออกเดินทางด้วยรถม้ามุ่งตรงไปยังจุดหมาย เมื่อมาถึงทางเข้าพระราชวังก็มีขุนนางน้อยใหญ่จำนวนไม่น้อยมารวมตัวกันแล้ว พอหลี่เต้าก้าวลงจากรถม้า สายตาของทุกคนก็จับจ้องมาที่เขาในทันที
“ไม่นึกว่าคนที่ไม่ค่อยมาอย่างเจ้าจะมาด้วย”
หลี่เต้าเพิ่งจะเหยียบพื้น หยางหลินก็โผล่ออกมาจากที่ไหนไม่รู้
“ท่านผู้อาวุโสหยาง” หลี่เต้าเอ่ยทักทาย หยางหลินหัวเราะร่าพลางตบไหล่หลี่เต้าแล้วกล่าวว่า
“ไม่ต้องมากพิธีไป พวกเราเป็นคนกันเอง”
แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่กิริยาท่าทางของผู้อาวุโสนั้นยังคงชัดเจนไม่เปลี่ยนแปลง ในที่สุดก็มีผู้สืบทอดที่มีความสามารถเช่นนี้ เขาจะต้องแสดงท่าทีให้สมกับฐานะเสียหน่อย ขณะที่ทั้งสองคนกำลังสนทนากันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาอย่างเร่งรีบ จึงทำให้ผู้คนทั้งหลายต่างหันไป
เมื่อเห็นรถม้าคันนั้นได้อย่างชัดเจน สีหน้าของเหล่าขุนนางที่อยู่ในที่นั้นก็พลันเปลี่ยนไปทันที ต่อจากนั้นบรรดาขุนนางที่เดิมทีกำลังพูดคุยกันอยู่ก็ต่างหุบปากลง พากันยืนตัวตรงมองไปยังรถม้าคันนั้น หยางหลินเองก็เก็บรอยยิ้มเช่นกัน เขามองรถม้าคันนั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ขุนนางที่เหลือก็แสดงท่าทีแตกต่างกันไป แต่โดยรวมแล้วทุกคนต่างดูเกรงกลัวผู้ที่อยู่บนรถม้