าคันนั้น ทันใดนั้นหลี่เต้าก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ท่านผู้อาวุโสหยาง เขาคือ…”
ทว่าก่อนที่หลี่เต้าจะพูดจบ รถม้าคันนั้นก็หยุดลงอย่างรวดเร็ว สารถีกระโดดลงจากรถม้าแล้วค่อย ๆ เปิดม่านรถม้าขึ้นอย่างระมัดระวัง จากนั้นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากในนั้น คนผู้นั้นมีรูปลักษณ์สง่างาม ใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาดูมีประกายแต่ก็ไร้ประกายในเวลาเดียวกัน ทำให้ผู้คนมองไม่ออก ในตอนนั้นเองเหล่าขุนนางฝ่ายปกครองก็ต่างพากันคำนับและเอ่ยทักทาย “ท่านอัครเสนาบดี!”
อัครเสนาบดี?
เมื่อได้ยินสองคำนี้ หลี่เต้าก็พินิจมองไปอย่างละเอียด หากจะถามว่าในยามนี้ผู้ใดในเมืองหลวงที่ทำให้เขาต้องคิดคำนึงถึงมากที่สุด ก็คงไม่มีผู้ใดเกินอัครเสนาบดีไปได้ จวบจนบัดนี้เขายังจดจำเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนได้ ตอนที่เขาเดินทางมายังเมืองหลวงหลังกลับจากค่ายนักโทษประหาร จวนอันหยวนป๋อได้ถูกพ่อบ้านแห่งจวนอัครเสนาบดีบุกเข้าทำลายข้าวของ ทว่าหลังจากที่หลี่เต้าได้มองสำรวจอัครเสนาบดีหรือก็คือเจียนจื่อเต้าอย่างละเอียดแล้ว
เขากลับพบว่าไม่สามารถมองอีกฝ่ายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะธรรมดาเกินไปหรือตั้งใจซ่อนบางสิ่งบางอย่างเอาไว้กันแน่ แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นแค่คนธรรมดา เพราะนี่คืออัครมหาเสนาบดีในแผ่นดินต้าเฉียน ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าเพียงคนเดียวและอยู่เหนือผู้คนนับหมื่นนับแสน จะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร ดังนั้นจึงเหลือแค่เพียงความเป็นไปได้ข้อที่