มโยงทางสายเลือดนี้ทำให้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์รู้สึกสนิทสนมกับหลี่เต้ามากขึ้นเรื่อย ๆ
หลี่เต้าอุ้มเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ไว้ในอ้อมกอด เขาลูบเส้นผมนุ่มสลวยนั้นเบา ๆ พลางหยิบหยกโลหิตออกจากลำคอของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อย่างระมัดระวัง หลังจากผ่านไปหลายวัน พลังปราณโลหิตในหยกโลหิตก็ถูกเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ดูดซับไปไม่น้อย หลังจากนั้นหลี่เต้าก็ใช้พลังปราณโลหิตตรวจสอบร่างกายของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์อีกครั้ง
เมื่อพบว่าไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เขาจึงวางใจได้ จากนั้นเขาก็เติมพลังปราณโลหิตในหยกโลหิตให้ใหม่อีกครั้ง ตอนนี้แม้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์จะดูดซับพลังปราณโลหิตไปมากมาย แต่ภายนอกก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด แต่หลี่เต้ารู้ดีว่าพลังปราณโลหิตเหล่านั้นได้กลายเป็นศักยภาพบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในร่างของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ เขาค่อย ๆ วางรากฐานให้เสี่ยวอวี่เอ๋อร์อย่างแนบเนียน เมื่อถึงเวลาที่เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เริ่มบำเพ็ญ การเปลี่ยนแปลงในตอนนี้ก็จะแสดงผลให้เห็น
ดังคำกล่าวที่ว่า หากผู้ใดได้บรรลุธรรมแม้แต่ไก่และสุนัขก็จะได้ขึ้นสวรรค์ไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นนางยังเป็นบุตรีแท้ ๆ ของหลี่เต้า ผ่านไปครึ่งวันองค์หญิงหมิงเยว่มองดูคนตัวใหญ่กับคนตัวเล็กสองคนที่กำลังเล่นกันอยู่ นางคิดไม่ออกจริงๆ ว่าเหตุใดอูอันกงผู้สูงศักดิ์ถึงได้มาคอยเอาอกเอาใจนางถึงเพียงนี้ หรือว่าจะเป็นเพราะตัวนางจริงๆ?
ขณะที่องค์หญิงหมิงเยว่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงของจีหมิงเยว่ก็ดังขึ้