ม่ อย่าได้ตำหนิต้านอาเลย เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เป็นคนลากท่านอาไปเล่นเอง” เมื่อเห็นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ทำท่าปกป้องเช่นนั้น องค์หญิงหมิงเยว่ก็เกิดความหึงหวงขึ้นมาอีกครั้ง นางใช้ดวงตาคู่งามมองค้อนใส่หลี่เต้าอย่างอดไม่ได้ ราวกับจะบอกว่า อูอันกงผู้สูงศักดิ์อย่างเจ้ากลับมาหลบอยู่หลังเด็กน้อย หลี่เต้าไม่ได้แก้ตัวอะไร เขากลับรู้สึกเพลิดเพลินที่ได้รับการปกป้องจากเสี่ยวอวี่เอ๋อร์
อย่างไรเสียนางก็เป็นธิดาของเขาเอง ในเวลาเดียวกันนั้น สายตาที่เขามองไปยังองค์หญิงหมิงเยว่ก็พลันเปลี่ยนเป็นซับซ้อนมากขึ้น หากเป็นก่อนหน้านี้ความรู้สึกที่เขามีต่อองค์หญิงหมิงเยว่อาจจะเป็นความรู้สึกผิดเสียมากกว่า แต่ตอนนี้ความคิดของเขาสับสนวุ่นวายยากที่จะบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าองค์หญิงหมิงเยว่จะให้กำเนิดบุตรของเขา ต้องรู้ไว้ว่าในตอนนั้นเขาเป็นเพียงแค่คุณชายเสเพลไร้ค่าคนหนึ่งเท่านั้น ไม่มีจุดใดเลยที่จะทำให้ผู้อื่นเหลียวแล
เถียซานเหนียงเห็นองค์หญิงหมิงเยว่มีท่าทีจะโกรธ นางจึงรีบกล่าวว่า “เอาละ ถึงเวลาอาหารแล้ว พวกเจ้าทั้งสองไปล้างหน้าล้างตาก่อนเถิด” จากนั้นเถียซานเหนียงก็เรียกนางกำนัลหลายคนมา แล้วพวกนางก็พาหลี่เต้าและเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ออกไป
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ ทั้งผู้ใหญ่และเด็กก็มานั่งที่โต๊ะอาหาร บนโต๊ะอาหารเถียซานเหนียงและเสี่ยวอวี่เอ๋อร์นั่งขนาบข้างองค์หญิงหมิงเยว่ ซึ่งก็คือนั่งขนาบข้างหลี่เต้าด้วย