้ยังลงมือกับเขาเบาไปด้วยซ้ำ หากสลับให้เขาเป็นฮ่องเต้ในตอนนั้น เขาคงจะลงมือรุนแรงยิ่งกว่านั้นเสียอีก หลี่เต้าสูดหายใจเข้าลึก เมื่อครู่เขาถึงกับมีความรู้สึกอยากจะกำจัดบุรุษทั่วหล้าทุกคนที่ไม่ใช่ตัวเขาให้สิ้นซาก มองดูเสี่ยวอวี่เอ๋อร์แล้วเขาก็รู้สึกทั้งดีใจและหนักใจในเวลาเดียวกัน
ทันใดนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็เงยหน้าขึ้นมาพูดอย่างจริงจัง “เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ไม่แต่งงานกับใครหรอก เสี่ยวอวี่เอ๋อร์จะอยู่เป็นเพื่อนเสด็จแม่ตลอดไป” เมื่อได้ยินคำพูดนี้องค์หญิงหมิงเยว่พลันมีสีหน้ายินดีขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าธิดาของนางยังรักนางอยู่ แต่แล้วสีหน้าของนางก็หม่นลงในทันที เมื่อเสี่ยวอวี่เอ๋อร์พูดต่อท้ายว่า “เสี่ยวอวี่เอ๋อร์จะอยู่กับท่านอาและท่านแม่ทูนหัวด้วย”
เมื่อดวงอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า ที่นอกตำหนักองค์หญิงหมิงเยว่ได้จูงมือเสี่ยวอวี่เอ๋อร์มามองส่งหลี่เต้าและเถียซานเหนียงที่กำลังขึ้นรถม้า “ท่านอา ท่านแม่ทูนหัว แล้วพบกันใหม่นะเจ้าคะ” เสี่ยวอวี่เอ๋อร์โบกมือลาทั้งสองที่นั่งอยู่บนรถม้าอย่างอาลัยอาวรณ์ หลี่เต้าหันมาพูดว่า “ต้องได้พบกันอีกแน่นอน” เมื่อเห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวอวี่เอ๋อร์กับหลี่เต้าแล้ว องค์หญิงหมิงเยว่ก็ตัดสินใจว่านับจากวันนี้ หากสามารถไม่ให้ทั้งสองได้พบกันได้ ก็จะพยายามทำเช่นนั้น
จากนั้นรถม้าก็รีบมุ่งออกจากเขตพระราชฐานอย่างรวดเร็ว
“พี่หลี่ เสี่ยวอวี่เอ๋อร์รักท่านมากจริงๆ วันนี้ข้าเพิ่งเคยเห็นหม