แล้ว ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
จากนั้นฮ่องเต้ถึงได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันไปมองเถียซานเหนียง เขาเอ่ยปลอบเสียงเบา “ซานเหนียง ครั้งนี้เป็นความผิดของเราเองที่สั่งสอนบุตรได้ไม่ดี บังอาจไปล่วงเกินเจ้าเข้า แต่เจ้าวางใจได้ เรื่องนี้เราจะต้องให้คำชี้แจงแก่เจ้าและตระกูลเถียอย่างแน่นอน”
เมื่อนึกถึงการกระทำของจ้าวเชียว ความโกรธในใจของฮ่องเต้ก็ยิ่งลุกโชนมากขึ้น ถ้าเมื่อครู่ฮ่องเต้เข้ามาแล้วเห็นจ้าวเชียวทันที คงจะลงมือสังหารอีกฝ่ายไปแล้ว เถียซานเหนียงทำเพียงแค่ก้มหน้าลงเล็กน้อย ไม่ได้ปฏิเสธหรือแสดงท่าทีขัดขืนแต่อย่างใด แต่ในสายตาของฮ่องเต้กลับมองว่านางดูเหมือนผู้ที่ถูกรังแก สุดท้ายฮ่องเต้จึงหันไปมองหลี่เต้า หากเป็นในสถานการณ์ปกติ เมื่อได้ยินว่าหลี่เต้าได้รับคำเชิญจากองค์หญิงหมิงเยว่ให้มาพบ ในฐานะบิดาที่รักบุตรสาวยิ่งชีพ ฮ่องเต้ย่อมต้องมีความรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง แต่ในตอนนี้พระองค์กลับไม่มีความไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย ซ้ำในใจยังรู้สึกเกรงใจและหวาดหวั่น
“อูอันกง ครั้งนี้เจ้าทำได้ดีมาก เราติดค้างบุญคุณเจ้าอีกครั้งแล้ว”
เมื่อนับรวมกับบุญคุณในเรื่องของอวิ๋นอ๋อง ตอนนี้ฮ่องเต้ติดค้างบุญคุณหลี่เต้าถึงสองครั้งแล้ว จากนั้นฮ่องเต้ก็ก้มหน้าสูดหายใจลึก เมื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง สายตาก็กลับกลายเป็นเย็นเยียบไปโดยสิ้นเชิง ก่อนพระองค์จะเอ่ยเสียงเย็นว่า “เจ้ลูกทรพีนั่นอยู่ที่ใด”
ทันใดนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ได้ก้าวออ