พระองค์กำลังจะให้กระหม่อมตายหรือพะยะค่ะ”
“เจ้าเป็นเทพมนุษย์ไม่ใช่หรือ”
“อย่าว่าแต่เทพมนุษย์เลย ต่อให้บรรพบุรุษมาเองก็ยังทำไม่ได้” ไป๋อวิ๋นเปียนอธิบายให้ฟัง “สำนักเตารังเกียจที่สุดคือการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการแย่งชิงราชบัลลังก์ในโลกมนุษย์ หากเข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้ว กรรมทั้งหลายในใต้หล้าจะตกอยู่บนตัว เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วปีศาจในใจก็จะเติบโต เบาสุดคือจิตเตาพังทลายจนสิ้นหนทางเตา หนักสุดคือสวรรค์ลงทัณฑ์ด้วยความเสื่อมทั้งห้าของเทพมนุษย์ ทำให้ต้องกลายเป็นธุลิดินก่อนกำหนด”
“เช่นนั้นหรือ…” ฮ่องเต้รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง เพราะเขาต้องการฝากความหวังไว้กับคนรุ่นต่อไป ดังนั้นพระองค์จึงต้องเลือกอย่างรอบคอบ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงหลังสวรรคต
ในตอนนั้นเอง ไป๋อวิ๋นเปียนได้กล่าวขึ้นเสียงเบาว่า “แต่อันที่จริงแล้วก็ยังมีวิธีหนึ่งที่ไม่นับว่าเป็นวิธี”
ดวงตาของฮ่องเต้พลันเป็นประกายขึ้นมา “วิธีใดหรือ”
ไป๋อวิ๋นเปียนกล่าวว่า “ดูจากสภาพที่เห็นในตอนนี้ จักรพรรดิที่กำลังเปลี่ยนแปลงนั้น เป็นไปได้มากว่ากลายเป็นดาวที่รวมกันระหว่างฝ่าบาทกับฮ่องเต้องค์ต่อไป”
“เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ดาวมรณะจึงสามารถลอยเคียงข้างดาวจักรพรรดิได้อย่างมั่นคง”
“ดังนั้นจึงสามารถสันนิษฐานได้ว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้ใดที่สนิทสนมกับท่านอู่อันกงผู้นั้น ก็อาจจะเป็น…”
ไป๋อวิ๋นเปียนไม่กล้าพูดต่อ เพราะเกรงว่าจะเป็นการละเมิดข้อห้ามของสำนักเตา ฮ