นออกมานานมากพอแล้ว หากองค์หญิงทรงทราบเข้า คราวหน้าก็อาจจะไม่ได้ออกมาอีกเลย”
เมื่อได้ยินคำพูดของนางกำนัล เสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็พลันนึกถึงมารดาขึ้นมา นางจึงเม้มริมฝีปากเบา ๆ เมื่อเห็นแววตาลังเลของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ หลี่เต้าจึงบีบแก้มน้อย ๆ ของนางอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยว่า
“เสี่ยวอวี่เอ๋อร์รีบกลับไปอยู่เป็นเพื่อนมารดาเถิด หากมีโอกาสอาจะมาเยี่ยมเจ้าอีก”
“จริงหรอ!”
ทันใดนั้นดวงตาคู่งามของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ก็พลันสว่างวาบขึ้นทันที
เมื่อเห็นสีหน้าเปี่ยมด้วยความคาดหวังของเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ หลี่เต้าก็พูดไม่ออก ทั้งที่คำพูดมาถึงริมฝีปากแล้ว ดูเหมือนว่าด้วยสถานะของเขาในตอนนี้คงไม่มีเหตุผลที่จะทำให้มาหาเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ได้ เมื่อนึกถึงร่างอันงดงามในความทรงจำ หัวใจของหลี่เต้าก็พลันสั่นไหว ดูเหมือนหญิงผู้นั้นเคยบอกไว้ว่านางติดหนี้บุญคุณเขา เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา หลี่เต้าจึงก้มหน้าลงพูดว่า “หากเจ้าอยากพบอาอีก ก็ลองบอกมารดาของเจ้าดู”
จากนั้นเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ถึงได้พยักหน้าอย่างจริงจัง “เสี่ยวอวี่เอ๋อร์เข้าใจแล้ว จะต้องบอกท่านแม่อย่างแน่นอน”
หลี่เต้ามองดูเสี่ยวอวี่เอ๋อร์ที่ทั้งนอนสอนง่ายและน่ารัก ในใจจึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา พลังปราณโลหิตสีเลือดพลันปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือ ชั่วครู่ต่อมาวัตถุรูปหยดน้ำขนาดเท่าหัวแม่มือก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา มันมีสีเลือดใสกระจ่างราวกับเป็นหยกโลหิต ทั้งยังส่งกลิ่นหอมประหลาดออกมา สิ่ง