สายตาของคนเหล่านี้ไม่ได้มองผู้ใดแต่จับจ้องอยู่ที่หลี่เต้าเพียงผู้เดียว แววตาของพวกเขาที่มองมายังหลี่เต้านั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่มาจากก้นบึ้งหัวใจ เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ซุนเซียนที่ได้สติกลับมาจึงรีบประสานมือคำนับพลางทูลว่า “ฝ่าบาท เนื่องด้วยท่านอานกงได้สังหารผู้บริสุทธิ์อย่างไร้ปรานี จนส่งผลกระทบต่อจิตใจพวกเขาอย่างรุนแรง นี่เป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของท่านอานกงที่ทำให้ผู้คนต้องหวาดหวั่น”
หลังจากกล่าวจบซุนเซียนก็หันไปปลอบใจผู้คนเหล่านั้น
“เอาละ ที่นี่คือวังหลวงมีฝ่าบาทคอยให้ความเป็นธรรมแก่พวกเจ้า พวกเจ้าไม่ต้องกลัว เพียงแคเล่าทุกสิ่งที่พวกเจ้าประสบมาให้ฝ่าบาททรงทราบก็พอ”
ทว่าผู้คนเหล่านั้นก็ยังคงไม่อาจเอ่ยวาจา มีเพียงความหวาดกลัวปรากฏอยู่บนใบหน้าเท่านั้น อีกด้านหนึ่งหลี่เต้ามองดูผู้คนเหล่านั้นพลางขมวดคิ้ว ในดวงตาของเขาดูเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง
“พูดได้แล้ว”
เมื่อเห็นว่า ‘พยาน’ เหล่านี้ยังคงไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ซุนเซียนจึงอดรนทนไม่ไหว ก้าวเข้าไปย่อตัวลงแล้วตบหน้าพวกเขาสองสามคน
“หากพวกเจ้ายังไม่ยอมพูดอีก พวกเจ้าจะมีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เมื่อถึงตอนนั้นพวกเจ้าทั้งหมดต้องตาย”
ภัยคุกคามแห่งความตายทำให้หลายคนได้สติกลับมา ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามไม่มองใบหน้าของหลี่เต้า ก่อนจะรีบกล่าวว่า “ท่านใต้เท้า พวกข้าจะพูด พวกข้าจะพูด”
ซุนเซียนจึงพาทุกคนมาที่หน้าบันไดมังกร