่องเต้ก็อดหัวเราะเสียงดังออกมาไม่ได้
มีบิดาคนใดบ้างที่ไม่หวังให้บุตรของตนมีอนาคตที่ดี แม้ฮ่องเต้จะเป็นจักรพรรดิก็ย่อมไม่ต่างกัน
ฮ่องเต้มองไปทางหลี่เต้าพลางเอ่ยขึ้นว่า “ไม่คิดว่าอู่อันกงเจ้าจะมีความสามารถในการอบรมสั่งสอนผู้คนด้วย”
หลี่เต้าเอ่ยตอบว่า “ทั้งหมดนี้เป็นเพราะความพยายามขององค์ชายทั้งสองพระองค์พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้โบกมือพลางกล่าวว่า “เรารู้ดีว่าพวกเขาเป็นคนเช่นไร บุญคุณนี้เราจะจดจำไว้”
ไม่ใช่เรื่องของความดีความชอบ แต่เป็นเรื่องของบุญคุณ หนึ่งคือการที่ฮ่องเต้ยอมรับผลงานของขุนนาง ส่วนอีกหนึ่งคือความรู้สึกขอบคุณที่เป็นส่วนตัวมากกว่า ทั้งสองสิ่งนี้ไม่อาจนำมาปะปนกันได้
เมื่อกล่าวจบฮ่องเต้ก็ก้มลงมองไปยังด้านล่างกำแพงแล้วเอ่ยว่า “เอาละ อู่อันกงเจ้าเดินทางกลับมาจากทังโจวอย่างเหน็ดเหนื่อย บัดนี้จงรีบมาเข้าเฝ้าเถิด”
“การเดินทางไปทังโจวครั้งนี้ นอกจากเจ้าจะช่วยชีวิตสองคนนั้นออกมาได้แล้ว ยังมีความชอบในการปราบกบฏอีก คราวนี้เราจะต้องพระราชทานรางวัลให้เจ้าเป็นอย่างดีเชียว”
เนื่องจากกองทัพหมาป่าผู่ถูไม่สามารถเข้าวังหลวงได้ ฮ่องเต้จึงส่งคนอื่นไปต้อนรับและจัดที่พักให้โดยเฉพาะ ส่วนหลี่เต้านั้นเขาสวมชุดเกราะขี่ม้าเข้าวังหลวงเพียงลำพัง
ภายใต้การจัดการของฮ่องเต้ เขาไม่ได้ถูกเร่งให้เข้าเฝ้าทันที แต่ถูกนำตัวไปยังตำหนักแห่งหนึ่งเพื่อชำระร่างกายและพักผ่อนก่อน
ไม่นานหลังจากที่ปฏิเสธการปรนนิบัติของนางกำนัล