ไปสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน”
“ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว”
“เข้าใจแล้วก็ไปเถิด”
“เช่นนั้นขาน้อยจะไปเดี๋ยวนี้”
เมื่อเห็นหลีเต้าไม่ได้พูดอะไรอีก ผู้อาวุโสสวีจึงค่อยๆ หมุนตัวอย่างระมัดระวัง แล้วก้าวเดินลงจากภูเขาไปทีละก้าว
เขาไม่กล้าเดินเร็วเกินไป เพราะในฐานะนักบวชนอกรีตแล้ว เขาเคยเห็นคนหักหลังกันมามากเกินไป
หยางเหยียนมองแผ่นหลังของผู้อาวุโสสวีที่กำลังจากไป แล้วหันกลับมาถาม “หัวหน้า ปล่อยให้เขาจากไปง่ายๆ แบบนี้เลยหรือ?”
หลีเต้าไม่พูดอะไร เพียงแค่ยกนิ้วขึ้นมาชี้ไปที่แผ่นหลังที่อยู่ไม่ไกลนัก
ในชั่วขณะถัดมา แสงสีแดงสายหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของเขา แล้วหายวับเข้าไปในแผ่นหลังของผู้อาวุโสสวีอย่างรวดเร็ว
“แค่นี้ก็พอแล้ว” หลีเต้าพยักหน้าพูด พลางมองดูร่างของผู้อาวุโสสวีที่หายลับไป
“นั้นคือ…”
“แค่เพิ่มความมั่นใจนิดหน่อย”
ด้วยพลังปราณโลหิตสายนั้น หากเขาเกิดคิดร้ายหรือมีเจตนาชั่วร้าย นั้นก็จะเป็นการจบชีวิตตัวเองทันที
ทางด้านนี้ หลีชิงเอ๋อร์พูดคุยกับบรรดาสตรีใต้บังคับบัญชาของตนเองเสร็จแล้วอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นพวกนางก็จำต้องหันความสนใจกลับมาที่หลีเต้าอีกครั้ง
ถึงอย่างไรเสีย ก่อนหน้านี้พวกนางก็อยู่ในสถานะเป็นศัตรูกัน
หลีชิงเอ๋อร์ก้าวออกมาประสานมือคำนับ “ท่านผู้นี้ บุญคุณในวันนี้หลีชิงเอ๋อร์จะต้องตอบแทนท่านในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน” พวกไฉอีที่อยู่ด้านหลังนางก็พากันประสานมือคำนับเช่นกัน
“คุณชาย ท่าน