ยังไม่ได้บอกฐานะของท่านให้คุณหนูทราบหรือเจ้าคะ?” จิ่วเอ๋อร์ดึงชายเสื้อคลุมของหลีเต้าพลางกระซิบเบาๆ
หลีเต้าแสดงสีหน้าจนปัญญา “บอกไปแล้วแต่นางไม่เชื่อ”
จิ่วเอ๋อร์เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ตอนแรกที่คุณชายยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากขนาดนี้ ตัวนางเองก็ยังแทบจำไม่ได้ แล้วจะพูดถึงอะไรกับสองคนไม่ได้พบกันมาสิบกว่าปีแล้ว
หลีเต้าหันไปถาม “เจ้ายังคงไม่เชื่อว่าข้าคือพี่ชายของเจ้าหรือ?”
หลีชิงเอ๋อร์กัดริมฝีปากกล่าวเสียงเบา “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไยท่านยังต้องล้อเล่นกับหญิงน้อยเช่นข้าอีก พี่ชายของข้า… เขา สิ้นชีพด้วยน้ำมือของฮ่องเต้สุนัขผู้นั้นแล้ว ข้ารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณของท่านมาก แต่ข้าไม่อยากให้ผู้ใดนำพี่ชายของข้ามาล้อเล่นกับข้าเช่นนี้”
หลีเต้ากล่าวอีกครั้งตามตรง “ข้าคือพี่ชายของเจ้าจริงๆ เหตุใดเจ้าถึงไม่เชื่อเล่า”
หลีชิงเอ๋อร์หุบริมฝีปากไม่พูดอะไรอีก
ทันใดนั้น หลีเต้าก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ
เมื่อเห็นแผ่นป้ายไม้ในมือของหลีเต้า หลีชิงเอ๋อร์ก็ดวงตาเป็นประกาย นางรีบเอ่ยปากว่า “ท่านขุนนาง แผ่นไม้นี้เป็นของข้า”
“ของเจ้าหรือ?” หลีเต้าส่ายหน้า “นี่มันชัดเจนว่าเป็นของข้า”
หลีชิงเอ๋อร์กัดริมฝีปาก “นี่เป็นสิ่งที่คุณชายแย่งไปจากคอของข้าก่อนหน้านี้”
หลีเต้ากล่าวเสียงเบา “แต่ว่าตัวอักษร ‘หลี’ บนแผ่นไม้นี้ ข้าเป็นคนสลัก แล้วมันจะเป็นของเจ้าได้อย่างไร”
“ข้า…” หลีชิงเอ๋อร์กำลังจะพูดต