่อ แต่ทันใดนั้นก็เงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู้นั้นจ้องมองไปที่หลีเต้าเขม็ง “ท่านรู้ได้อย่างไร?”
หลีเต้าตอบตามตรง “ก็เพราะแผ่นไม้นี้ ข้าเป็นคนทำ”
“เป็นไปไม่ได้”
“เป็นไปไม่ได้หรือ?” หลีเต้าแย้มยิ้มบาง “ถ้าเช่นนั้น เจ้าบอกมาสิ ทำไมข้าต้องแอบอ้างเป็นพี่ชายที่เจ้าว่านั้น?”
“ก็เพื่อ…” หลีชิงเอ๋อร์พูดได้แค่นั้น แล้วก็ไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้อีก เพราะนางก็เข้าใจว่าการแสร้งทำเช่นนี้ไม่มีความหมายใดๆ เลย
ท้ายที่สุดแล้ว ชีวิตของนางก็เป็นอีกฝ่ายที่ช่วยเอาไว้ ครอบครัวของนางก็ไม่มีอะไรที่จะให้ผู้อื่นต้องการได้ ด้วยความสามารถของอีกฝ่ายในสถานการณ์ปกตินั้น นางอาจจะไม่มีโอกาสได้พบกับคนระดับเดียวกับอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
และเมื่อทุกความเป็นไปไม่ได้ถูกตัดออกไปหมดแล้ว ก็เหลือเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น
“ท่าน… ท่านเป็นพี่ชายข้าจริงๆ หรือ?” เมื่อวิเคราะห์ทุกอย่างได้กระจ่างแล้ว หลีชิงเอ๋อร์ก็มองหลีเต้าด้วยสายตาสั่นไหว เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“หากไม่ใช่พี่ชายเจ้าแล้ว ใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตช่วยเด็กน้อยเช่นนี้” หลีเต้ายกมือขึ้นโบกเรียก
ฟุบ! เสียงแหวกอากาศดังขึ้น ง้าวมังกรทมิฬบินมาจากมุมใดมุมหนึ่งที่สุดจะรู้ ตกลงมาอยู่ในมือของเขา
“เจ้าน่าจะเคยเห็นง้าวมังกรทมิฬที่ถ่ายทอดกันมาในตระกูลหลีของพวกเรามาก่อนใช่หรือไม่”
เมื่อเห็นง้าวมังกรทมิฬ หลีชิงเอ๋อร์ก็นึกย้อนถึงภาพความทรงจำบางอย่างในวัยเยาว์ สุดท้ายนางจึงเงยหน้าข