าทีเสียเปรียบมากขึ้น สีหน้าของผู้อาวุโสสวีก็เปลี่ยนเป็นไม่สู้ดีนัก หลังจากมองไปโดยรอบแล้ว เขาก็เริ่มค่อยๆ เคลื่อนตัวลงเขาอย่างไม่เป็นที่สังเกต
เมื่อเห็นหลีเต้าเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าของหญิงในชุดนักบวชก็ยิ่งดูย่ำแยลง หากนางสามารถฟื้นฟูวรยุทธทั้งหมดมาได้ นางก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพอับจนเช่นนี้ ทว่าน่าเสียดายที่นางเพิ่งจะฟื้นคืนชีพ ยังไม่ทันได้ฟื้นฟูอะไรก็ต้องมาเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้เสียแล้ว
“พังทลาย!”
เมื่อทำลายการโจมตีของหญิงในชุดนักบวชได้อีกครั้ง หลีเต้าก็มาถึงตำแหน่งที่มีระยะห่างจากนางเพียงสิบ丈แล้ว ระยะทางนี้สำหรับทั้งสองคนแล้วเป็นเพียงเรื่องชั่วพริบตาเท่านั้น
อาจเป็นเพราะรู้ว่าตนเองไม่มีวิธีการใดที่จะสามารถรับมือกับหลีเต้าได้อีกแล้ว หญิงในชุดนักบวชจึงหัวเราะเย็นชาพลางกล่าวว่า “เจ้ากล้าลงมือสังหารข้าหรือ? ตอนนี้ข้าก็คือนาง นางก็คือข้า การฆ่าข้าก็เท่ากับฆ่านาง เจ้าจะหักใจทำได้หรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลีเต้าก็พลันขมวดคิ้ว การเคลื่อนไหวของมือชะงักไปเล็กน้อย จุดนี้ถูกหญิงในชุดนักบวชสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ดังนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของนางจึงยิ่งกว้างมากขึ้น
แตในชั่วขณะถัดมา หลีเต้าก็มีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง เขาโบกมืออีกข้างหนึ่งที่ว่างอยู่ ทันใดนั้นโซ่สีเลือดที่สร้างจากพลังปราณโลหิตก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ หลีเต้ายกมือขึ้นสะบัดโซ่นั้นแหวกผ่านอากาศไปพันเข้าที่รอบแขนข้า