หลังจากเสียงหัวใจเต้นดังขึ้น ทุกคนพลันรู้สึกว่าอากาศรอบตัวหนืดขึ้นทันที ราวกับตกลงไปในหลุมโคลน ไฉอี่พยายามเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ก่อนหน้านี้ปรานีพวกนางไว้ ทว่าไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้าที่เคยสงบของชายผู้นั้นกลับเต็มไปด้วยความเย็นชา จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวเริ่มปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขาไม่หยุด
ภายใต้อิทธิพลของจิตสังหารนี้ ไฉอี่ถึงกับรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยวขึ้นมา ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในภาพลวงตา ในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกสิ้นหวังก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจนาง กระตุ้นให้นางอยากฆ่าตัวตาย
ภายใต้อิทธิพลของจิตสังหารนี้ ท่านผู้อาวุโสซู่วและหญิงในชุดนักบวชที่อยู่ไม่ไกลต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ท่านผู้อาวุโสซู่วแสดงสีหน้าหวาดระแวงออกมา เขาเริ่มทำท่าวาดมือแล้ว ส่วนหญิงในชุดนักบวชขมวดคิ้วเล็กน้อย พลังที่มองไม่เห็นห่อหุ้มร่างของนาง ต้านทานจิตสังหารที่รุกรานเข้ามา ราวกับเป็นของแข็ง
เมื่อมองดูหลี่เต้าที่มีจิตสังหารดุร้ายเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ หญิงในชุดนักบวชจึงกล่าวว่า “ดูเหมือนเจ้าจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเจ้าของร่างนี้อยู่พอสมควร แต่การเลือกครั้งนี้ไม่ใช่ความผิดของข้าทั้งหมด เป็นการเลือกของนางเอง ข้าให้พลังแกนางเพื่อแก้แค้น ส่วนนางจะกลายเป็นร่างที่ข้าใช้เดินในโลกนี้อีกครั้ง”
หลังพูดจบ หญิงในชุดนักบวชก็กางมือออก แผ่นป้ายไม้เล็กๆ วางอยู่บนฝ่ามือของนาง “นี่คือสิ่งสุดท้ายที่หลงเหลื