“น้องสาว?”
เมื่อได้ยินสองคำนี้ สมองหยางเหยียนพลันรู้สึกงุนงงไปหมด
เนื่องจากหยางหลินไม่ได้บอกตัวตนที่แท้จริงของหลีเต้าให้หยางเหยียนรู้ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่รู้สถานการณ์ที่แท้จริงของหลีเต้า
หลังจากที่ได้สติกลับมา หยางเหยียนก็ถามอย่างตกใจว่า “น้องแท้ๆ เลยหรือ?”
หยางเหยียนมองไปยังทิศทางที่กลุ่มหญิงชุดขาวเดินจากไป แล้วถามอย่างระมัดระวังอีกว่า “แล้วหญิงในชุดนักบวชคนนั้น…”
หลีเต้าเอ่ยตอบ “ถึงนางจะไม่ใช่น้องสาวของข้า แต่ก็ต้องมีความเกี่ยวข้องลึกซึ้งกันอย่างแน่นอน”
“แต่หัวหน้า พวกนางหนีไปแล้ว”
“วางใจเถอะ หนีไม่พ้นหรอก” หลังพูดจบหลีเต้าก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แล้วเป่านกหวีดเสียงหนึ่ง ในชั่วขณะถัดมาพลันมีเสียงร้องยาวดังขึ้นจากท้องฟ้าเบื้องบน
ทันใดนั้น ทุกคนก็เห็นเงาดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน อีกด้านหนึ่งหลังจากแย่งชิงแผ่นป้ายไม้กลับมาได้ หญิงในชุดนักบวชก็หลบหนีไปยังทิศทางหนึ่ง
ที่ด้านหลังนาง หญิงชุดขาวสิบกว่าคนทั้งไล่ตามทั้งร้องเรียก ในที่สุดหลังจากไม่รู้ว่าวิ่งไปนานเท่าใด หญิงชุดขาวสิบกว่าคนก็พบว่า สตรีศักดิ์สิทธิ์ของพวกนางหยุดอยู่ที่ไกลออกไป
แต่ยังไม่ทันที่พวกนางจะดีใจ ทันใดนั้นก็เห็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ล้มลงกับพื้นอย่างกะทันหัน
“สตรีศักดิ์สิทธิ์!”
ไม่นานนัก พวกหญิงชุดขาวก็มาถึงข้างกายของหญิงในชุดนักบวช
เมื่อพยุงนางขึ้นมาดูก็พบว่า หญิงในชุดนักบวชหลับตาแน่น ที่หางตามีร