าตัวว่า ‘อู่อันกงขั้นสาม’
ดูจากป้ายวิญญาณที่เห็น ศาลบรรพชนแห่งนี้น่าจะเป็นของตระกูลสหายเก่าเขา
เพราะบนป้ายวิญญาณล้วนมีชื่อและนามสกุลของญาติสหายเก่า สลักไว้อย่างชัดเจน
และป้ายจารึกที่แสดงถึงเกียรติยศและตำแหน่งเช่นนี้ จะสามารถแขวนได้เฉพาะในศาลบรรพชนของตระกูลตนเองเท่านั้น
เหมือนกับป้ายจารึกที่เขียนว่า ‘อันหยวนปอขั้นหนึ่ง’ นั่นเป็นรางวัลที่บรรพบุรุษของสหายเก่าเขา ได้รับพระราชทานจากปฐมจักรพรรดิแห่งต้าเฉียน จึงสามารถแขวนไว้ที่นี่ได้
แต่ทำไมป้ายจารึก ‘อู่อันกงขั้นสาม’ จึงถูกแขวนไว้ที่นี่ด้วย?
เว้นแต่ว่า… เว้นแต่ว่าพวกเขาจะเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
ทันใดนั้น หยางหลินก็สะดุ้งโหยงทั้งตัว ร่างกายเขาสั่นเทา
ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อย บนใบหน้าค่อยๆ เผยความไม่อยากเชื่อออกมา
สายตาของหยางหลินจับจ้องไปมาระหว่างป้ายอื่นๆ กับป้ายอู่อันกง
“นี่มัน… มันจะเป็นไปได้อย่างไร”
คำสุดท้ายยังไม่ทันได้เอ่ยออกมา ในหัวของหยางหลินก็มีชื่อ ‘หลีเต้า’ วาบผ่านขึ้นมา
พร้อมกันนั้นในห้วงความคิดก็ปรากฏใบหน้าสองใบหน้าขึ้น
เจ้าของใบหน้าที่ทั้งสองนี้ล้วนแต่มีชื่อว่าหลีเต้า หนึ่งในนั้นเป็นหลีเต้าที่มีรูปร่างท้วมและดูมันวาวเล็กน้อย เป็นหลานชายของสหายเก่าเขา และยังเป็นคนเสเพลที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองหลวง ผู้ทำลายความบริสุทธิ์ขององค์หญิงใหญ่แห่งราชวงศ์ปัจจุบัน ทั้งเป็นคนที่ถูกผู้คนมากมายรังเกียจ ผลลัพธ์จากการทำให้องค์หญิงใหญ่เสียความบร