งบ้าง แต่หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาถึงได้พบว่าหลังจากที่พูดสิ่งเหล่านั้นออกไป สีหน้าของหลี่เต้ากลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าไม่มีความสนใจเลยแม้แต่นิดเดียว และความจริงก็เป็นเช่นนั้น
ภายใต้สายตาของผู้คนรอบข้าง หลี่เต้าจึงค่อยๆ กล่าวว่า
“องค์ชาย ท่านอาจจะเข้าใจผิดไปแล้ว ข้าเพียงแค้ต้องการใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในเมืองหลวงสักระยะหนึ่งเท่านั้น สุดท้ายแล้วก็ต้องกลับไปยังดินแดนทางใต้ ดังนั้นข้าขอบคุณในความหวังดีขององค์ชาย”
เมื่อเอ่ยคำพูดมาถึงตรงนี้ก็ถือว่าจบแล้ว ด้วยนิสัยของจ้าวเซียว การที่เขาเอ่ยปากชักชวนถึงสามครั้งก็นับเป็นความอดทนสูงสุดของเขาแล้ว ในตอนนี้ผู้คนทีอยู่รอบข้างต่างจ้องมองจ้าวเซียวและหลี่เต้าด้วยความตึงเครียด ณ ขณะนี้ จ้าวเซียวให้ความรู้สึกไม่สบายอารมณ์อย่างยิ่ง ตอนนี้เขาเหมือนถังระเบิด ดูท่าทางราวกับพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น ความโกรธแทบจะล้นทะลักออกมาอยู่แล้ว ดูเหมือนว่าเขาอาจจะแสดงอาการหุนหันพลันแล่นออกมาได้ทุกเมื่อแล้ว
ตอนนี้หลี่เต้าเป็นอย่างไร? ในขณะที่ทุกคนต่างตึงเครียด สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่งเหมือนตอนแรกเริ่ม เขาเพียงแค่มองไปที่จ้าวเซียวอย่างเงียบงัน โดยไม่มีท่าทีซักนิดว่ากังวลว่าอีกฝ่ายจะก่อเรื่องแต่อย่างใด พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือหลี่เต้าไม่กลัวเลยสักนิด จะเป็นองค์ชายหรือมีภูมิหลังสูงส่งเพียงใดก็ตาม ในเมืองหลวงแห่งนี้นอกจากฮองเต้หรือผู้