ทีพลางกล่าวว่า
“ไม่ต้องมากพิธีหรอก”
เถียซานเหนียงเอ่ยด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“ท่านเป็นผู้อาวุโส นี่เป็นสิ่งที่สมควรทำ”
หยางหลินมองไปที่หลี่เต้าแวบหนึ่ง อะไรมาสมควรกัน ชัดเจนว่าทำไปเพราะเห็นแก่หน้าหลี่เต้าด้วย สถานะและตำแหน่งของเถียซานเหนียง คนที่จะทำให้นางยอมคำนับก่อนนบนี้นั้นมีอยู่ไม่มากนัก
หลังจากนั้น หลี่เต้าก็พาเถียซานเหนียงและปี่โหยวเอ๋อร์เข้าไปในห้องโถงใหญ่ หลังจากนั่งลงแล้ว เถียซานเหนียงก็เงยหน้าขึ้นกล่าวว่า
“พี่หลี่ ท่านมาเมืองหลวงทำไมไม่บอกข้าสักคำ ไม่นับข้าเป็นน้องสาวแล้วหรือ?”
หลี่เตาส่ายหน้า
“ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแค่มารายงานตัวเท่านั้น ก็เลยไม่อยากมารบกวนเจ้า”
เถียซานเหนียงเอ่ยต่อ
“เรื่องแบบนี้จะนับว่าเป็นการรบกวนได้อย่างไร ข้าว่าพี่หลี่ไม่ได้นับซานเหนียงเป็นสหายเลยต่างหาก”
หลี่เตาทําได้เพียงแค้ถอนหายใจ
“ได้ เป็นความผิดของข้าก็แล้วกัน หากมีครั้งหน้าอีกข้าจะแจ้งให้เจ้ารู้ทันที”
เถียซานเหนียงแค่นเสียงเบาๆ
“เป็นเช่นนี้ค่อยดีหน่อย”
“แค่นๆ”
ทันใดนั้น หยางหลินที่อยู่ด้านข้างก็ไอแรงๆ สองครั้ง หลังจากเหลือบมองเถียซานเหนียงแล้ว เขาก็เอียงหัวไปกระซิบข้างหูหลี่เต้าว่า
“ข้าว่านะเจ้าหนู ความสัมพันธ์ของเจ้ากับหญิงสาวสกุลเถียคนนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่?”
“ก็แค่มิตรสหายธรรมดาเท่านั้น”
“สหายธรรมดาหรือ? ข้าไม่เชื่อหรอก” หยางหลินเอ่ยเตือนอย่างจริงจัง “ข้าบอกเจ้าเลยนะเจ้าหนู อย่าได้ทำอะไรเหลวไหลเด็