้สติกลับมาอย่างสมบูรณ์ และนึกถึงเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากหลีเต้า เขาพยักหน้าและกล่าวว่า “ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว เมื่อเรื่องนี้จบลงก็จะได้รับคำอธิบายที่ควรมีทั้งหมด”
ไม่นานหลังจากนั้นซุนเซียนก็ออกจากจวนอัครเสนาบดีไป ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าอัครเสนาบดีนั้น เขายังคงนั่งตกปลาอยู่ริมทะเลสาบอย่างเงียบสงบ เวลาผ่านไปนาน อาหารปลาในถังไม้ด้านข้างถูกโปรยลงในทะเลสาบไปเกือบหมดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีปลาสักตัวที่ติดเบ็ด
ทันใดนั้นอัครเสนาบดีก็เอ่ยขึ้นอย่างเชืองช้า “ท่านพ่อบ้านเฒ่า ท่านคิดว่าเหตุใดปลาถึงไม่กินเหยื่อเล่า”
พ่อบ้านเฒ่าตอบว่า “อาจเป็นเพราะในทะเลสาบแห่งนี้ไม่มีปลาแล้ว หรือไม่ก็ปลาพวกนั้นฉลาดเกินไป”
ทันทีที่พ่อบ้านเฒ่าเอ่ยจบ สายเบ็ดก็สั่นไหวขึ้นมา ดูเหมือนว่าจะมีปลากินเหยื่อแล้ว แต่เมื่อดึงสายเบ็ดขึ้นมา กลับพบว่าที่ปลายสายมีเพียงตะขอเบ็ดเปล่า เหยื่อที่ติดอยู่บนนั้นหายไปแล้ว
เมื่อเห็นเช่นนั้นอัครเสนาบดีก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาวางคันเบ็ดลงก่อนจะหยิบเสื้อคลุมจากด้านข้างมาคลุมบ่า พ่อบ้านเฒ่าถามว่า “ท่านจะกลับแล้วหรือขอรับ”
หลังจากอัครเสนาบดีสวมเสื้อคลุมเรียบร้อยแล้ว เขาก็หันกลับไปมองทะเลสาบแวบหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า “เมื่อไม่มีปลาในทะเลสาบ ผืนน้ำนี้ก็ช่างสูญเปล่า ส่งคนมาสูบน้ำออกแล้วถมให้เรียบเถิด”
พ่อบ้านชราพลันตกตะลึงไปชั่วครู่ หลังจากได้สติกลับมาก็พยักหน้าพลางกล่าวว่า “บ่าวจะสั่งให้คนไปจัดการ