งแล้วยังต้องอดทนอดกลั้นอีก เขาก็คงดิ้นรนมาสี่ปีเปล่าๆ แต่แน่นอนเขาแค่พูดไปอย่างนั้นเอง หลีเต้าเคยอยู่ที่เมืองหลวงมาหลายปี เมืองหลวงเองก็ไม่ได้มีปัญหามากมายอย่างที่คิด
แม้ว่าฮ่องเต้จะเลือกจวนให้เขาแล้ว แต่การที่จะย้ายเข้าไปอยู่จริงๆ นั้นยังคงต้องรอให้ทางราชสำนักส่งคนมาจัดการทำความสะอาดอีกระยะหนึ่งก่อน ท้ายที่สุดแล้วไม่มีฮ่องเต้องค์ไหนที่จะพระราชทานจวนที่ทรุดโทรมเสียหายให้แก่ขุนนางหรอก ดังนั้นหลีเต้าจึงยังคงพาผู้คนของเขาพักอาศัยอยู่ที่จวนไท่ผิงกงเป็นการชั่วคราวไปก่อน
และหลังจากที่เขาเข้าเฝ้าในวันนั้นได้ไม่นาน เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเขาก็เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงผ่านปากของเหล่าขุนนาง เมื่อเทียบกับข่าวลือครั้งก่อน ครั้งนี้เป็นไปในทางที่ดีกว่าและยังเป็นความจริงมากกว่าด้วย อันที่จริงแล้วเหล่าขุนนางก็ไม่ใช่คนโง่ ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยได้พบหลีเต้าจึงคิดว่าเขาเป็นเพียงเด็กหนุ่มต่างถิ่นที่โชคดีเท่านั้น แต่หลังจากที่ได้เห็นตัวจริงของหลีเต้าในลานล่าสัตว์ของราชวงศ์วันนั้น หากพวกเขายังคงทำเรื่องเหลวไหลต่อไป ก็เป็นพวกเขาต่างหากที่โง่เง่า หากปากพลอยๆ นั้นไปสร้างความเกลียดชังกับระดับมหาราชาปรมาจารย์ผู้มีศักยภาพไร้ขีดจำกัด พวกเขาคงไม่กล้าแม้แต่จะหลับให้สนิทเสียด้วยซ้ำ
ในขณะเดียวกัน เถียซานเหนียงได้รับรู้ข่าวเหล่านี้จากปากของคนใต้บังคับบัญชา ในปัจจุบันหนังสือพิมพ์ทั้งหมดในเมืองหลวงล้วนอยู่ในมือนาง