้าเพิ่งออกจากวังหลวงก็เห็นหยางหลิน เสวี่ยปิง และจางเหมิง ที่รออยู่นานแล้ว หยางหลินเดินเข้ามาพูดว่า “เจ้าหนูหลี ฝ่าบาทไม่ได้ทำให้เจ้าลำบากอะไรใช่หรือไม่”
หลีเต้าส่ายหน้า “เปล่าพะยะค่ะ เพียงแต่เลือกจวนให้ข้าหลังหนึ่ง” ส่วนเรื่องของอวิ่นอ๋องนั้นเขาไม่ได้พูดถึง แม้จะรู้ว่าหยางหลินไม่มีทางนำไปพูดเล่าอย่างไร้สาระ แต่เรื่องอัปยศของราชวงศ์เช่นนี้ยังคงเก็บไว้ในปากของเขาจะดีที่สุด ต่อไปถ้าหากมีปัญหาอะไรจริงๆ ก็จะตกอยู่กับตัวเขาเท่านั้น ถึงอย่างไรเสียตอนนี้เขาก็ไม่ได้กลัวปัญหาอะไรมากนัก
จากนั้นเขาก็หันไปมองเสวี่ยปิงที่อยู่ด้านข้างแล้วถามว่า “ถ้าพวกเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว ทางกองทัพหมาป่าฝูถูจะจัดการอย่างไร?”
เสวี่ยปิงตอบว่า “หัวหน่าวางใจได้ ฝ่าบาทได้ส่งคนมาตั้งค่ายพักให้พวกเราในเมืองหลวงโดยเฉพาะแล้ว”
หลีเต้าพยักหน้า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ระหว่างที่ราชสำนักส่งคนไปสืบสวนเรื่องดินแดนทางใต้ พวกเจ้าก็เที่ยวเล่นให้สบายใจเถอะ แต่จำไว้ อย่าไปก่อเรื่องวุ่นวาย” แม้จะรู้ว่าลูกน้องของตนมีวินัยเคร่งครัด แต่เขาก็ยังต้องกำชับไว้
เสวี่ยปิงตอบว่า “วางใจเถิดหัวหน้า พวกเราไม่โง่หรอก”
หลีเต้าพูดต่อทันที “แม้พวกเราจะไม่ก่อปัญหา แต่ก็ไม่กลัวปัญหาเช่นกัน หากเจอปัญหาจริงๆ ตราบใดที่พวกเจ้าเป็นฝ่ายถูกก็ไม่ต้องเกรงใจ แต่อย่าถึงขั้นเอาชีวิตคนก็พอ”
สี่ปีก่อนตอนเข้ามาที่เมืองหลวงยังต้องอดทนอดกลั้น แต่สี่ปีให้หลังถ้ามาที่เมืองหลว