นขึ้นมาพร้อมกับหาวหวอดตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ หลังจากที่ขยี้ตาด้วยมือเล็กๆ นั้นแล้ว เด็กหญิงตัวน้อยก็ค่อยๆ ตื่นเต็มตาขึ้นมา ดวงตาคอยมองไปโดยรอบ เมื่อเห็นองค์หญิงหมิงเยวแล้ว ใบหน้าของนางก็เปล่งประกายด้วยความยินดี และร้องเรียกเสียงอ่อนหวานออกมาโดยไม่รู้ตัว
“เสด็จแม่!”
แต่แล้วก็เหมือนนางจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เด็กหญิงตัวน้อยจึงซุกใบหน้าเข้าไปในอ้อมอกของหลี่เตาอย่างประหม่า
อีกด้านหนึ่ง ในขณะที่องค์หญิงหมิงเยวกำลังจะออกคำสั่งลงโทษพวกนางกำนัลที่ดูแลองค์หญิงน้อยได้ไม่ดี ทันใดนั้นเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยก็ได้เบนความสนใจนางไปอีกครั้ง คราวนี้เมื่อเห็นเสี่ยวอวิ้ในอ้อมอกของหลี่เตา คิ้วงามขององค์หญิงหมิงเยวก็ขมวดเล็กน้อย
เสียงเย็นชาพลันดังขึ้น
“เสี่ยวอวิ้เออร์”
เด็กหญิงตัวน้อยอาจจะรู้ว่าตนเองหลบหนีไม่พ้นแน่ นางจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง แต่มือเล็กทั้งสองข้างกลับกำเสื้อคลุมของหลี่เตาแน่นโดยไม่รู้ตัว ราวกับว่าเขาเป็นที่พึ่งพิงของนาง
“เสด็จแม่…”
“ข้าสอนเจ้าไว้ว่าอย่างไร?”
“ข้าขออภัยเจ้าค่ะ” เสี่ยวอวิ้เออร์เอ่ยขอโทษอย่างน่าสงสาร หลังจากสังเกตเห็นนางกำนัลที่คุกเข่าอยู่ด้านข้างนางก็รีบพูดต่อว่า “เสด็จแม่อย่าได้โทษพี่ๆ เลยเพคะ ทั้งหมดเป็นความผิดของเสี่ยวอวิ้เออร์เองที่ชอบเล่นสนุก”
“ไม่โทษพวกนาง?” องค์หญิงหมิงเยวเบิกตางามกว้างพลางแค่นเสียงเย็นชา “พวกนางดูแลเจ้าได้ไม่ดีแล้วจะไม่ให้โทษพวกนางได้อย่างไร