ต้แยกตัวเป็นอิสระหรือไม่”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลีเต้าจึงไม่พูดอะไรอีก สุดท้ายฮ่องเต้ก็มองดูท้องฟ้าแล้วออกคำสั่งว่า “เอาละ ในเมื่อการประลองสิ้นสุดลงแล้ว ทุกคนก็กลับวังกันเถิด อย่างไรเสียระยะเวลาสามปีที่อู่อันป๋อรับตำแหน่งที่ดินแดนทางใต้ก็ครบกำหนดแล้ว ถึงเวลาที่ต้องพิจารณาความดีความชอบ”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ฮ่องเต้กลับมานั่งบนบัลลังก์มังกรที่พระที่นั่งไท่เหออีกครั้ง ยกเว้นพวกหลิวหงสามคน ขุนนางทั้งหลายได้ยืนเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบที่เบื้องล่างเหมือนก่อนหน้านี้
“อู่อันป๋อ”
“พะยะค่ะ”
หลีเต้าก้าวออกมาจากแถวขุนนางฝ่ายทหาร ฮ่องเต้แสดงสายตาชื่นชมพลางกล่าวว่า “แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ได้ส่งคนไปตรวจสอบสถานการณ์การปกครองที่ดินแดนทางใต้อย่างละเอียด แต่เราเชื่อมั่นในความสามารถของเจ้า ดังนั้นตอนนี้เราจะพิจารณาความดีความชอบให้เจ้าล่วงหน้าในท้องพระโรงนี้ บอกมาเถิดเจ้าต้องการอะไร ตราบใดที่อยู่ในขอบเขตที่สมเหตุสมผล เราจะอนุญาตทั้งหมด”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา สีหน้าของบรรดาขุนนางในท้องพระโรงก็ต่างพากันเปลี่ยนไป อะไรกันที่เรียกว่าอนุญาตทุกอย่างตามความเหมาะสม หากเป็นคนทั่วไปแล้วประโยคนี้ย่อมมีข้อจำกัดมากมาย แต่นี่คือคำพูดของฮ่องเต้ ในฐานะฮ่องเต้นั้นคำพูดที่ออกมาจากปากย่อมเป็นคำมั่นสัญญา คุณค่าของประโยคนี้จึงน่าหวาดกลัวอย่างยิ่ง หากเป็นในยามปกติพวกขุนนางฝ่ายปกครองคงจะต้องกระโดดออกมาคัดค้านฮ่องเต้ที่ให้คำมั่